๕ ธันวาคม วันดินโลก

๕ เดือนธันวาคม วันดินโลก พิมพ์ อีเมล เนื้อหา เขียนโดย Pajjek หมวด: วันสำคัญทางสถาบันพระมหากษัตริย์ เผยแพร่เมื่อ: ๐๑ เดือนธันวาคม ๒๕๖๐ อ่าน: 3470 วันดินโลก (World Soil Day) วันสำคัญที่สะท้อนพระปัญญาสามารถสามารถของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช จากความสำเร็จเป็นที่แจ่มแจ้งอย่างมากมายทั้งยังในประเทศแล้วก็นานาประเทศ ที่ท่านทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจเกี่ยวกับการพัฒนาที่ดินมาอย่างสม่ำเสมอแล้วก็นาน จากการสัมมนาของหน่วยงานของกินรวมทั้งการกสิกรรมที่องค์การสหประชาชาติ (อังกฤษ: Food and Agriculture Organization of the United Nations หรือ FAO) ครั้งที่ ๑๔๔ ระหว่างวันที่ ๑๑ – ๑๕ เดือนมิถุนายน พุทธศักราช ๒๕๕๕ในสำนักงานใหญ่หน่วยงานของกินรวมทั้งการกสิกรรมที่ยูเอ็น กรุงโรม ประเทศอิตาลี ห้องประชุมได้ลงความเห็นเกื้อหนุนรวมทั้งด้วยกันสนับสนุนให้มีการก่อตั้งวันดินโลก (อังกฤษ: World Soil Day) ตรงกับวันที่ ๕ ธ.ค.ของทุกปี ซึ่งตรงกับวันคล้ายวันพระราชสมภพของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช กษัตริย์ไทยรัชกาลที่ ๙ อีกด้วย ต่อเนื่องมาจากพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจเกี่ยวกับการพัฒนาที่ดินมาโดยตลอดรวมทั้งนาน ปรากฏความสำเร็จเป็นที่แจ่มแจ้งอย่างมากมายอีกทั้งในประเทศและก็นานาประเทศ โดยศ.จ.เกียรติ ดร. สตีเฟน นอร์ตคลิฟฟ์ (อังกฤษ: Emeritus Professor Dr. Stephen Nortcliff) ผู้ตัดสินบริหารสหภาพวิทยาศาสตร์ทางดินนานาประเทศ (อังกฤษ: International Union of Soil Sciences) เข้าเฝ้าทูลละอองผงพระบาท ทูลเกล้าฯ ถวายรางวัลนักวิทยาศาสตร์ดินเพื่อมนุษยธรรม (อังกฤษ: The Humanitarian Soil Scientist) ช่วงวันที่ ๑๖ เดือนเมษายน พุทธศักราช ๒๕๕๖ รวมทั้งขอพระบรมราชานุญาตให้วันที่ ๕ เดือนธันวาคมของทุกปีเป็นวันดินโลก เพื่อวันดังที่กล่าวมาแล้วข้างต้นเป็นที่รู้จักแพร่หลายในระดับโลก กำเนิดความเกี่ยวเนื่องรวมทั้งขมักเขม้นสำหรับการรณรงค์ด้านทรัพยากรดินในทุกระดับ พร้อมด้วยเกื้อหนุนแล้วก็ช่วยเหลือให้องค์การสหประชาชาติ จัดงานกิจกรรมเป็นการเฉพาะต่างๆอาทิเช่น การประกาศให้ พุทธศักราช ๒๕๕๘ (คริสต์ศักราช ๒๐๑๕) เป็นปีดินสากล (อังกฤษ: International Year of Soils) ดังที่หน่วยงานของกินและก็การกสิกรรมที่องค์การสหประชาชาติ (FAO) สหภาพวิทยาศาสตร์ทางดินนานาประเทศ และก็ที่ทำการที่ปรึกษาการกสิกรรมเมืองนอก ประจำกรุงโรม เสนอหัวข้อดังกล่าวมาแล้วข้างต้นเกี่ยวกับหน้าที่แล้วก็จุดสำคัญของทรัพยากรดินที่มีต่อความยั่งยืนทางของกินของโลก โดยต่อเนื่องจากเมืองไทยเป็นผู้ส่งเสริมข้อแนะนำปีดินสากลต่อห้องประชุมคณะผู้แทนใหญ่ที่องค์การสหประชาชาติ เพื่อวันที่ ๕ ธ.ค. ของทุกปีเป็นวันดินโลก จนถึงมีการยืนยันคำแนะนำดังกล่าวมาแล้วข้างต้น โครงงานสาเหตุจากความคิดเกี่ยวกับดิน โครงงานปรับปรุงเขาหินซ้อน สาเหตุจากความคิด จังหวัดฉะเชิงเทรา ศูนย์เล่าเรียนการพัฒนาเขาหินซ้อนสาเหตุจากความคิด ได้รับการตั้งจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูเขาไม่พลอดุลยบารมี ช่วงวันที่ ๘ เดือนสิงหาคม พุทธศักราช ๒๕๒๒ ในคราวเดินทางไปมาเปิดศาลพระบวรราชานุสาวรีย์ของพระบามสมเด็จพระปิ่นปักผมเกล้าเจ้าอยู่หัวในตำบลเขาหินซ้อน อำเภอพนมสารคาม จังหวัดฉะเชิงเทราในที่นั้น พลเมือง ๗ ราย ได้น้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวายที่ดินรอบๆกลุ่ม ๒ ตำบลเขาหินซ้อน อำเภอพนมสารคาม จังหวัดฉะเชิงเทรา ปริมาณ ๒๖๔ ไร่ เพื่ออยากที่จะให้สร้างพระตำหนัก ด้วยมีความเห็นว่าในหลวงเสด็จไปตรงไหนก็อุตสาหะที่จะปรับปรุงทำให้ที่ดินเจริญรุ่งเรืองขึ้น เพราะว่าแผ่นดินเสียไม่อาจจะทำการเพาะปลูกได้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูเขาไม่พลอดุลยบารมี ทรงพระราชทานกระแสรับสั่งเกี่ยวกับการใช้ที่ดิน แก่ข้าราชการของกรมส่งเสริมการเกษตรและก็กรมชลประทาน ในระหว่างการเดินทางไปไปชมโครงงานศูนย์เล่าเรียนการพัฒนาเขาหินซ้อน สาเหตุจากความคิด อำเภอพนมสารคาม จังหวัดฉะเชิงเทรา ช่วงวันที่ ๓ ส.ค. ๒๕๒๔ เมื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูเขาไม่พลอดุลยเดโช ทรงมองดูมองเห็นภาวะความกันดารของแผ่นดิน ดินขาดความอุดมสมบูรณ์ เนื้อดินเป็นทราย มีการชำระล้างการชำรุดทลายของดินสูง ดินรองรับน้ำได้เพียงแต่ ๓๐ มม. มีการปลูกพืชประเภทเดียว (มันสำปะหลัง) ต่อเนื่องกันเป็นระยะเวลาที่นานๆ โดยไม่มีการปรับปรุงแก้ไขบำรุงดิน ผลิตผลพืชที่ได้รับต่ำ ก็เลยมีความคิดให้หน่วยงานที่เกี่ยวปฏิบัติการฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติ ทั้งยังดิน น้ำ ป่าดงในพื้นที่ดังที่กล่าวมาแล้วข้างต้น แล้วก็หมู่บ้านบริเวณศูนย์ โดยการวางเป้าหมายปลูกพืชแล้วก็เลี้ยงสัตว์ อีกทั้งให้ศูนย์เรียนการพัฒนาเขาหินซ้อน เป็นแหล่งศึกษาเล่าเรียน ค้นคว้า รวมทั้งสนามทดสอบทางด้านการกสิกรรม เพื่อเกษตรกรแล้วก็คนที่พอใจเข้ามาศึกษางานรวมทั้งนำแนวความคิดไปทำตาม และก็ปรับปรุงอาชีพแล้วก็พื้นที่ของตนเอง เพื่อเพิ่มผลิตผล เพื่อสามัญชนมีฐานะชีวิตความเป็นอยู่ที่ดียิ่งขึ้น และท่านยังมีความคิดให้ผลักดันศิลปาชีพและก็หัตถกรรมท้องถิ่นเป็นรายได้เสริม เพิ่มรายได้จากอาชีพหลักอีกทางหนึ่งด้วย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูเขาไม่พลอดุลยอำนาจ ทรงปลดปล่อยลูกปลาสวาย ปลานิล ปลาตะเพียน แล้วก็ลูกกุ้ง ลงในอ่างเก็บน้ำห้วยเจ๊ก แล้วก็ทรงพระราชปฎิสันโผลงรกับราษฎรเกี่ยวกับลูกหมู ซึ่งจะพระราชทานแก่สมาชิกแผนการศูนย์เรียนการพัฒนาเขาหินซ้อน สาเหตุจากความคิด อำเภอพนมสารคาม จังหวัดฉะเชิงเทรา ตอนวันที่ ๓ ส.ค. ๒๕๒๔ ถัดมาพลเมืองได้น้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวายที่ดินเพิ่มเติม ๔๙๗ ไร่ เพิ่มเติมกับที่ดินรอบๆสวนต้นไม้และก็สวนพฤกษศาสตร์ แล้วก็ได้ทรงซื้อที่ดินที่อยู่ชิดกับศูนย์ฯ เพิ่มอีกเพื่อทำโครงงานปรับปรุงส่วนพระองค์เขาหินซ้อน พื้นที่ ๖๕๕ ไร่ รวมพื้นที่ทั้งสิ้นของศูนย์ ๑,๘๙๕ ไร่ ทรงพระได้โปรดกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ชื่อว่าศูนย์เรียนการพัฒนาเขาหินซ้อนสาเหตุจากความคิด นับเป็นศูนย์เรียนรู้การพัฒนาอันเนื่องมากจากพะราชดำริที่แรกในปริมาณ ๖ ศูนย์ทั่วทั้งประเทศ โครงงานปรับปรุงพิกุลทองคำ สาเหตุจากความคิด จังหวัดนราธิวาส แผนการปรับปรุงพิกุลทองคำ เป็นแผนการสาเหตุจากความคิด เพื่อปรับปรุงพื้นที่พรุในจังหวัดนราธิวาส โดยมีที่ตั้งแผนการอยู่ที่ ตำบลกะลุวอ อำเภอเมืองจังหวัดนราธิวาส จังหวัดนราธิวาส โครงงานนี้ได้รับตั้งเมื่อครั้งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูเขาไม่พลอดุลยเดโช สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ พร้อมทั้งสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี รวมทั้งสมเด็จพระเจ้าลูกคุณ เจ้าฟ้าจุฬาภรที่วงกลมลักษณ์ อัครราชธิดา เดินทางไปแปรพระราชฐานพักแรมในพระตำหนักขวาราชนิเวศน์ จังหวัดนราธิวาส ในระหว่างวันที่ ๑๘ ส.ค. – ๓ เดือนตุลาคม พุทธศักราช ๒๕๒๔ ท่านได้เสด็จยอดเยี่ยมพลเมืองโดยธรรมดาในเขตพื้นที่จังหวัดนราธิวาส ชมมองเห็นภาวะพื้นที่รวมทั้งเหตุจำเป็นที่จะยกฐานะชีวิตความเป็นอยู่ ภาระหน้าที่เศรษฐกิจของราษฎรในพื้นที่จังหวัดให้ดียิ่งขึ้น ก็เลยมีความคิดแล้วก็พระราชกระแสรับสั่งต่อข้าราชการและก็ผู้ติดตามเสด็จ ให้ไตร่ตรองปรับปรุงแก้ไขธุรกิจการค้าปรับปรุงด้านต่างๆโดยเฉพาะอย่างยิ่งการพัฒนาพื้นที่พรุ โดยมีพระราชกระแสรับสั่งต่อข้าราชการหน่วยงานแล้วก็เจ้าหน้าที่รัฐอื่นที่เกี่ยวเนื่อง สรุปว่า …ด้วยพื้นที่มากไม่น้อยเลยทีเดียวในจังหวัดนราธิวาส เป็นที่ลุ่มต่ำมีน้ำขังทั้งปี ดินมีความอุดมสมบูรณ์ต่ำ ซึ่งมีพื้นที่ ทั้งปวงราว ๓๐๐,๐๐๐ ไร่ สามัญชนเยอะแยะไม่มีที่ดินทำกิน หากแม้เมื่อระบายน้ำออกหมดแล้วยังยากที่จะใช้ประโยชน์ทางการเกษตรให้สำเร็จ ดังนี้ด้วยเหตุว่าดินมีสารไพไรท์นำมาซึ่งการก่อให้เกิดกรดกำมะถัน เมื่อดินแห้งทำให้ดินกรด ควรจะปรับปรุงแก้ไขดินให้ดียิ่งขึ้น ด้วยเหตุผลดังกล่าวก็เลยเห็นควรที่จะมีการปรับปรุงแก้ไขปรับปรุงโดยให้หน่วยงานต่างๆที่เกี่ยวพันเข้ามาดำเนินงานเรียนรู้ และก็ปรับปรุงพื้นที่พรุด้วยกันแบบประสมประสาน และก็นำผลสัมฤทธิ์ของแผนการไปเป็นตัวอย่างสำหรับในการที่จะปรับปรุงพื้นที่พรุในจังหวะถัดไป… ภายหลังที่ได้พระราชทานความคิดแล้ว ได้มีการสัมมนาด้วยกันระหว่างจังหวัดนราธิวาสแล้วก็ที่ทำการผู้ช่วย สำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ในยุคนั้น เพื่อวางนโยบายรวมทั้งตั้งขึ้นแผนการศูนย์ศึกษาเล่าเรียนขึ้น โดยใช้ชื่อศูนย์เล่าเรียนการพัฒนาพิกุลทองคำสาเหตุจากความคิด ที่ทำการผู้ช่วย สำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ได้นำแผนการดังที่ได้กล่าวผ่านมาแล้วไปผสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวโยง เพื่อศึกษาเล่าเรียนปัญหาในพื้นที่รวมทั้งความน่าจะเป็นของแผนการ และก็วางวิถีทางสำหรับการปฏิบัติการโครงงานโดยยึดความคิดเป็นแถวทาง เพื่อสรุปเป็นคำแนะนำแผนการขออนุมัติจาก สำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ซึ่งถัดมา สำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ อนุมัติแนวทางสำหรับการทำงานโครงงานศูนย์ศึกษาเล่าเรียนการพัฒนาพิกุลทองคำฯ ช่วงวันที่ ๖ เดือนมกราคม พุทธศักราช ๒๕๒๕ ถัดมาได้ระบุวิถีทางดำเนินการและก็ทำแผนแม่บทใช้เป็นสิ่งที่ใช้ในการจัดการปรับปรุงถัดไป นับจากนั้นเป็นต้นมา ศูนย์ศึกษาเล่าเรียนการพัฒนาพิกุลทองคำสาเหตุจากความคิด ได้ทำงานตอบสนองความคิดในประเด็นต่างๆโดยเน้นย้ำการเรียนรู้ ทดสอบ แล้วก็ความเจริญใช้ประโยชน์จากพื้นที่พรุ เพื่อนำผลการศึกษาเรียนรู้แล้วก็ทดสอบที่บรรลุเป้าหมายไปขยายผล โดยมีเป้าหมายท้ายที่สุดของการพัฒนาเป็น การพัฒนาคนให้สามารถดำเนินชีวิตแบบเพียงพออยู่พอกินรวมทั้งพึ่งพาตนเองได้เป็นหลัก แผนการปรับปรุงห้วยทราย สาเหตุจากความคิด จังหวัดเพชรบุรี ศูนย์เรียนการพัฒนาห้วยทราย สาเหตุจากความคิด ตั้งอยู่ที่ตำบลสามพระยา อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี อยู่ในเขตพระราชนิเวศน์สัตว์ป่าทายวัน ตามประกาศพระบรมราชโองการของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อปีพ.ศ. ๒๔๖๗ ครอบคลุมพื้นที่ ๒๒,๖๒๗ ไร่ เดิมพื้นที่ที่นี้มีภาวะป่าดงที่สมบูรณ์บริบูรณ์ มีสัตว์นานาจำพวก โดยเฉพาะอย่างยิ่งตัวเนื้อทรายซึ่งเป็นสัตว์ประจำถิ่นลงมาดื่มน้ำในลำห้วยไม่น้อยเลยทีเดียว พื้นที่ที่นี้ก็เลยขึ้นชื่อว่าห้วยทราย ถัดมาพลเมืองได้เข้ามาอาศัยทำรับประทานแล้วก็มีการละเมิดแผ้วป่าเพื่อเลี้ยงชีพทางการเกษตร โดยขาดหลักวิชาการ ภายในช่วงระยะเวลาไม่ถึง ๔๐ ปี ป่าดงได้ถูกทำลายลงอย่างสิ้นเชิง ทำให้ฝนไม่ตกต้องตามฤดูและก็มีจำนวนต่ำลงจนถึงมีลักษณะเป็นหลักที่อับฝน ดินขาดการบำรุงรักษา จนถึงกำเนิดความไม่พอดีทางธรรมชาติ มีการการชำรุดทลายของดินค่อนข้างจะสูง ประกอบกับพลเมืองจำนวนมากปลูกสับปะรด ซึ่งจำเป็นต้องใช้สารเคมีจำนวนสูงทำให้ท่านภาพของดินชำรุด พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระปรมินทรมหาภูเขาไม่พลอดุลยเดชะ ทรงมีพระกระแสพระราชดำรัสช่วงวันที่ ๕ เดือนเมษายน ๒๕๒๖ เมื่อครั้งเดินทางไปดูพื้นที่ห้วยทรายว่า “ถ้าเกิดปล่อยทิ้งเอาไว้จะแปลงเป็นทะเลทรายท้ายที่สุด ” พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูเขาไม่พลอดุลยอำนาจวาสนา พร้อมกับสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ แล้วก็สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เดินทางไปไปชมโครงงานเรียนรู้การพัฒนาห้วยทราย สาเหตุจากความคิด อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี ช่วงวันที่ ๖ ส.ค. ๒๕๓๙ ช่วงวันที่ ๕ ม.ย. ๒๕๒๖ ได้พระราชทานความคิดแก่ข้าราชการเพื่อติดต่อประสานงานโครงงานสาเหตุจากความคิด ให้ปรับปรุงเป็นศูนย์เล่าเรียนการพัฒนาด้านป่าดงเอนกประสงค์ จัดให้ประชาชนที่เข้าทำรับประทานอยู่เดิม ได้มีส่วนร่วมสำหรับในการรักษาป่าดง ได้ประโยชน์จากป่าดงและไม่ตัดไม้ทำลายป่าไม้อีกต่อไป ปรารถนาที่จะศึกษาเล่าเรียนต้นแบบการพัฒนาทำการเกษตรพร้อมกันไปกับการปลูกป่า หาแหล่งน้ำ เล่าเรียนกระบวนการทำระบบคุ้มครองไฟลุกป่าหรือที่เรียกว่าระบบป่าแฉะ ให้ประชาชนสร้างรายได้จากผลิตภัณฑ์ป่าดง เพาะปลูกพืชจำพวกต่างๆพร้อมกันไปด้วย แล้วก็ให้พลเมืองที่เข้ามาทำรับประทานโดยไม่ถูกต้อง ร่วมกิจกรรมการดูแลและรักษาป่าดำรงชีพ โดยใช้ประโยชน์จากป่าดงในลักษณะที่เป็นพิพิธภัณฑสถานธรรมชาติที่มีชีวิต ยิ่งกว่านั้นยังให้การเล่าเรียนแก่พลเมืองทั่วๆไป เพื่อจะให้สามัญชนคนยากจนข้นแค้นอยู่รอดรวมทั้งธรรมชาติอยู่รอด โครงงานปรับปรุงห้วยฮ่องไคร้ สาเหตุจากความคิด จังหวัดเชียงใหม่ ศูนย์เรียนรู้การพัฒนาห้วยฮ่องไคร้สาเหตุจากความคิด อำเภอดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่ ที่นี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูเขาไม่พลอดุลยอำนาจวาสนา ได้พระราชทานความคิดตอนวันที่ ๑๑ ธ.ค. ๒๕๒๕ ให้ใคร่ครวญก่อตั้งขึ้นรอบๆป่าขุนแม่กวง อำเภอดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่ ขอบเขตพื้นที่แผนการโดยประมาณ ๘,๕๐๐ ไร่ โดยมีความประสงค์ที่จะให้เป็นศูนย์กลางในการค้นคว้า ทดสอบ การศึกษาทำการค้นคว้าและวิจัย เพื่อหารูปแบบการพัฒนาต่างๆในรอบๆพื้นที่ต้นน้ำที่สมควรแล้วก็เผยแพร่ให้ประชาชนนำไปปฎิบัติถัดไป และก็ถัดมา ตอนวันที่ ๒๕ เดือนกุมภาพันธ์ ๒๕๓๐ ทรงมีความคิดเสริมเติม ให้มีการขยายบริการสู่พลเมืองรอบๆรอบๆของศูนย์เล่าเรียนการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้ฯ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูเขาไม่พลอดุลยอำนาจวาสนา และสมเด็จพระนางเจ