งานฉลอง ๒๕ พุทธศตวรรษ

งานสังสรรค์ ๒๕ พุทธศักราช พิมพ์ อีเมล เนื้อหา เขียนโดย Pajjek หมวด: วันสำคัญทางศาสนาพุทธ เผยแพร่เมื่อ: ๑๑ เดือนสิงหาคม ๒๕๖๐ อ่าน: 3554 พระสงฆ์และก็ชาวพุทธร่วมพิธีการพุทธชกระทั่งถึงตี ๒,๕๐๐ ปีในพุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม พุทธชกระทั่งถึงตี หรือสัมพุทธชกระทั่งถึงตี (อังกฤษ: Sambuddha jayanthi) เป็นเทศกาลสำคัญทางพุทธศาสนาทักษิณนิกาย ที่มีความเกี่ยวข้องกับวันวิสาขบูชา คำว่าพุทธชกระทั่งถึงตี มาจากคำศัพท์ พุทธ+ชกระทั่งถึงตี (สันสกฤต: जयंती) ที่หมายความว่าวาระครบรอบ (อังกฤษ: Anniversary) ฉะนั้น ในภาษาสันสกฤตพุทธชจนกระทั่งตี ก็เลยแสดงว่าการครบรอบวันเกิดของพุทธศาสนา หรือวาระครบรอบความมีชัยของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ก็ได้ โดยคำนี้ใช้เรียกการจัดกิจกรรมในปีที่ครบรอบวาระสำคัญของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ยกตัวอย่างเช่น ครบรอบ ๒๕๐๐ ปี ที่ตาย หรือ ๒๖๐๐ ปี ที่การรู้แจ้งเห็นจริง โดยบางทีอาจใช้ชื่อแตกต่างกันไปบ้างในแต่ละประเทศ ยกตัวอย่างเช่น ศรีสัมพุทธชันตี สัมพุทธชจนถึงตี แม้กระนั้นทั้งปวงก็คือการจัดกิจกรรมพุทธชกระทั่งถึงตี เพื่อตั้งใจการมอบเป็นพุทธบูชาในปีที่ครบรอบวาระสำคัญของพระสัมมาสัมพุทธเจ้านั่นเอง พุทธชจนกระทั่งตี เป็นคำที่ใช้ทั่วๆไปในประเทศ ศรีลังกา ประเทศอินเดีย เมียนมาร์ แล้วก็ผู้เชื่อถือศาสนาพุทธในประเทศอื่นๆบางประเทศ โดยใช้คำนี้สำหรับเพื่อการจัดงานกิจกรรมวิสาขบูชา โดยจุดหมายของพุทธชกระทั่งถึงตีในประเทศต่างๆมุ่งการจัดกิจกรรมเป็นวาระพิเศษตลอดทั้งปีนั้น ดังเช่น การจัดกิจกรรมพุทธบูชา การกระทำธรรม แล้วก็การจัดกิจกรรมเพื่อสังคม เพื่อฉลองในจังหวะครบรอบวันที่เกิดเหตุการณ์สำคัญของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าในวันวิสาขบูชานั่นเอง งานเลี้ยง ๒๕ พุทธศักราช หรือ พุทธชจนกระทั่งตี ๒๕๐๐ ปี (อังกฤษ: 2500th Buddha Jayanti Celebration) เป็นเทศกาลสำคัญทางพุทธศาสนา ที่จัดขึ้นในปี พุทธศักราช ๒๕๐๐ เนื่องในช่องทางที่ครบรอบ ๒๕๐๐ ปีที่การตายของพระพุทธเจ้า นอกจากนั้นยังเรียกว่างานสังสรรค์กึ่งพุทธกาล เนื่องมาจากความศรัทธาโบราณว่าพุทธศาสนาจะยังอยู่ ๕,๐๐๐ ปี แล้วจะสิ้นสุดลง งานสังสรรค์ ๒๕ พุทธศักราช ในประเทศไทย ได้มีการจัดแจงล่วงหน้ากว่า ๕ ปี นับตั้งแต่ปี พุทธศักราช ๒๔๙๕ มีการสร้างอนุสรณ์สถานพุทธมณฑล แล้วก็การจัดกิจกรรมเยอะมากเพื่อฉลองพร้อมกับประเทศ ศรีลังกา ประเทศอินเดีย เมียนมาร์ เนปาล แล้วก็ประเทศที่มีมวลชนเชื่อถือพุทธศาสนาทั่วทั้งโลก โดยในประเทศอื่นใช้คำว่า พุทธชจนถึงตี ๒๕๐๐ ปี ประวัติความเป็นมา ดร. บี.อาร์. อัมเบดการ์ หัวหน้าคนอินเดียโดยประมาณ ๒ แสนคนปฏิญาณตนเป็นพุทธศาสนิกชน คำว่า สัมพุทธชจนถึงตี หรือ พุทธชกระทั่งถึงตี คาดคะเนว่าเริ่มจัดขึ้นคราวแรกในตอนก่อนปี พุทธศักราช ๒๕๐๐ ในประเทศศรีลังกา รวมทั้งโดยเฉพาะ โดยดำริของ ฯพณฯ อู ถั่น พุทธศาสนิกชนประเทศพม่า ในยุคที่ท่านครองตำแหน่งเลขาธิการองค์การสหประชาชาติ ท่านได้ดำริให้พุทธศาสนิกชนทั่วทั้งโลกด้วยกันซ่อมแซมลุมพินีวัน ที่ตั้งอยู่ในประเทศเนปาล ให้เป็นพุทธสวนประวัติศาสตร์ของโลก โดยเรียกว่า การสังสรรค์พุทธชจนกระทั่งตี ๒๕ พุทธศักราช (2500th Buddha Jayanti Celebration) โดยนำคำ Buddha Jayanti (बुद्ध जयंती) ซึ่งเป็นคำเรียกวาระครบรอบของคนอินเดียและก็เนปาลมาใช้ เพื่อเกียรติยศประเทศซึ่งเป็นที่ตั้งของพุทธเวทนานียสถานที่ รวมทั้งมีการรณรงค์ให้ประเทศที่เชื่อถือพุทธศาสนาต่างๆจัดงานกิจกรรมฉลองในปีนั้น อย่างเช่น ประเทศ เมียนมาร์ ประเทศศรีลังกา อินเดีย เพื่อเป็นการฉลองพุทธชกระทั่งถึงตี ๒๕ พุทธศักราชในตอนนั้น ในประเทศประเทศอินเดีย ได้มีการจัดงานกิจกรรมฟื้นฟูศาสนาพุทธ โดยการนำของ ดร.บี.อาร์.อัมเบดการ์ นำแขกราว ๒ แสนคนปฏิญาณตนเป็นพุทธศาสนิกชน การผลิตสวนสาธารณะพุทธชจนกระทั่งตีไว้ที่กรุงนิวเดลีเพื่อเป็นที่ระลึกนึกถึงสำหรับวาระนี้ และก็ยิ่งไปกว่านี้ ฯพณฯ ชวาหระลาล เนห์รู นายกฯที่สาธารณรัฐประเทศอินเดีย ยังได้ชวนให้ประเทศศาสนาพุทธทั้งโลกมาสร้างวัดเอาไว้ภายในดินแดนพุทธเกิดภูเขาไม่อีกด้วย ในประเทศเมียนมาร์ ได้มีการดำเนินกิจกรรมต่างๆเยอะแยะ โดยเฉพาะการผลิตขว้างสาณคูหาเพื่อวิธีการทำฉัฏฐสังคีติสะสางพระไตรปิฎก สำหรับในประเทศศรีลังกา ได้มีการจัดงานฉลอง เพื่อเป็นการประกาศประสิทธิภาพของประเทศศรีลังกาข้างหลังได้รับเอกราชจากอังกฤษในปี พุทธศักราช ๒๔๙๑ ด้วย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูเขาไม่พลอดุลยอำนาจ รัชกาลที่ ๙ ทรงจับเบ้าเททองคำหล่อพระเครื่องลางสำหรับใช้ในงานกินเลี้ยง ๒๕ พุทธศักราช หรือ พุทธชจนถึงตี ๒๕๐๐ ปี เรียกว่าพระสังสรรค์ ๒๕ พุทธศักราชในเขตพิธีการวัดสุทัศนเทพวรารามราชวรมหาวิหาร (วัดหลวง ชั้นเอก จำพวกราชวรมหาวิหาร ๑ ใน ๖ ของไทย) งานสังสรรค์ ๒๕ พุทธศักราช ในประเทศไทย เริ่มจัดขึ้นโดยการปราศรัยของรัฐบาลจอมพล เปรียญพิบูลการสู้รบ โดยการเสนอแนะของ ฯพณฯ อู ถั่น พุทธศาสนิกชนเมียนมาร์ เลขาธิการองค์การสหประชาชาติเวลานี้ ที่ท่านได้ดำริให้พุทธศาสนิกชนทั่วทั้งโลกด้วยกันจัดงานสังสรรค์พุทธชจนกระทั่งตี ๒๕ พุทธศักราช (อังกฤษ: 2500th Buddha Jayanti Celebration) โดยมีการรณรงค์ให้ประเทศที่เชื่อถือศาสนาพุทธต่างๆดำเนินกิจกรรมฉลองในปีนั้น ยกตัวอย่างเช่น ประเทศพม่า ประเทศศรีลังกา อินเดีย โดยประเทศต่างๆได้จัดงานกิจกรรมเพื่อการสังสรรค์นี้เป็นงานสำคัญระดับประเทศ โดยในส่วนของเมืองไทย รัฐบาลของจอมพล เปรียญพิบูลการศึก ได้นำโอกาสนี้จัดเป็นงานกินเลี้ยงทางพุทธศาสนาที่ยิ่งใหญ่ของเมืองไทย โดยเริ่มงานตั้งแต่ พุทธศักราช ๒๔๙๕ มีการวางโครงการรวมทั้งระดมทุนเพื่อจัดสร้างพุทธมณฑล เพื่อเป็นศูนย์กลางทางพุทธศาสนา นอกเหนือจากนี้ยังมีการออกประกาศพระบรมราชโองการ พระราชทานรอบๆสนามหลวงเป็นสังฆบริเวณรอบๆสำหรับจัดงานสังสรรค์ในคราวนี้ชั่วครั้งชั่วคราว โดยมีการจัดสร้างพระเครื่องลางเยอะมากที่สุด เรียกว่า พระสังสรรค์ ๒๕ พุทธศักราช ปริมาณกว่า ๕,๐๔๒,๕๐๐ องค์ เพื่อระดมทุนสำหรับเพื่อการสร้างพุทธมณฑล มีการออกประกาศให้วันธรรมสวนะเป็นวันหยุดราชการ มีการออกพระราชบัญญัตินิรโทษกรรม พ.ร.บ.ล้างมลทิน นอกเหนือจากนั้นแล้ว รัฐบาลยังได้ออกพระราชบัญญัติเหรียญงานสังสรรค์ ๒๕ พุทธศักราช เป็นกรณีพิเศษด้วย ซึ่งเป็นครั้งแรกรวมทั้งครั้งเดียวในประเทศไทยที่รัฐบาลมีการออกเหรียญของที่ระลึก แล้วก็แพรแถบ เนื่องในจังหวะสำคัญทางศาสนา นอกจากนั้น ยังได้มีการจัดกระบวนยกทัพทางน้ำ เพื่อสังสรรค์ ๒๕ พุทธศักราช ช่วงวันที่ ๑๔ เดือนพฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๐๐ ด้วย ซึ่งเป็นการจัดกระบวนยกทัพทางน้ำเป็นครั้งแรกในรัชกาลปัจจุบันนี้ พุทธมณฑล ศูนย์กลางศาสนาพุทธของโลก เมื่อปี พุทธศักราช ๒๔๙๘ รัฐบาลที่มี จอมพล เปรียญพิบูลการรบ เป็นนายกฯ พร้อมความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียว ของพุทธศาสนิกชนทั่วประเทศ ได้ด้วยกันจัดสร้างสถานที่ควรค่าแก่การเคารพบูชาขึ้นเป็นพุทธานุสรณีย์ เนื่องในวโรกาสมแบกงคลกาล ที่ศาสนาพุทธเวียนมาบรรจบครบรอบ ๒,๕๐๐ ปี ซึ่งจะครบในวันวิสาขบูชา พุทธศักราช ๒๕๐๐ โดยเหตุนี้ ตอนวันที่ ๒๙ เดือนกรกฎาคม ๒๔๙๘ รัฐบาลได้กราบบังคมทูลชักชวน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูเขาไม่พลอดุลยเดโช ไปทรงประกอบเมืองพิธีการก่อฤกษ์พุทธมณฑลในรอบๆที่จะก่อสร้างพุทธรูป ประธานพุทธมณฑล ตอนนี้เป็น อำเภอพุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม เป้าประสงค์สำหรับในการสร้างพุทธมณฑลนั้น มี ๘ ประการ ข้อที่สำคัญที่สุดเป็นเป็นพุทธบูชารวมทั้งเป็นพุทธานุสรณียสถานที่ ในวโรกาสที่พุทธศาสนา ซึ่งเป็นศาสนาประจำประเทศไทย เจริญก้าวหน้ามาจนถึงครบ ๒,๕๐๐ ปี ในปี พุทธศักราช ๒๕๐๐ พุทธมณฑลยุคนั้น ก็เป็นเหมือนป่าพวกเราดีๆนี่เอง ยังไม่กำเนิดเป็นอำเภอ จุดที่อยู่ใกล้และก็มีชื่อให้รู้จักกันเป็น ตำบลศาลายา ซึ่งปัจจุบันนี้ก็ยังเป็นตำบลศาลายา อำเภอนครชัยศรี การก่อสร้างเริ่มไปได้เล็กน้อย รัฐบาล ท่านจอมพล เปรียญพิบูลการรบ ก็หมดอำนาจ ได้ผลสำเร็จให้การก่อสร้างพุทธมณฑลหยุดชะงักไป จนกระทั่ง พุทธศักราช ๒๕๒๑ คณะรัฐมนตรียุค พล.อำเภอเกรียงอำนาจ ชมะความสนุกสนาน เป็นนายกฯ มอบหมายให้กรมศาสนา กระทรวงศึกษาธิการ รับมอบการก่อสร้างต่อจากกระทรวงมหาดไทยมาดำเนินการจัดสร้าง ครั้งนี้ให้นายกฯ เป็นประธานกรรมการ ข้างคฤหัสถ์สมเด็จพระสังฆราช เป็นประธานกรรมการข้างพระสงฆ์ พระศรีศากยะทศพลญาณ ประธานพุทธมณฑลสุทรรศน์ พุทธรูปปางลีลาท่าทางประจำพุทธมณฑล ตำบลศาลายา อำเภอพุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม ที่ระลึกนึกถึงการสังสรรค์วาระกึ่งพุทธกาล งานเลี้ยง ๒๕ พุทธศักราช เมื่อ พุทธศักราช ๒๕๐๐ การก่อสร้างจัดการถัดไป แต่ว่าก็ดูเหมือนจะไม่รวดเร็วทันใจนัก มายุค พล.อำเภอเปรม ติณสูลานนท์ ได้ให้หน่วยทหาร เป็นหน่วยหลัก แม้กระทั้งหน่วยที่อยู่ใกล้ๆดังเช่นกองทัพภาคที่ ๔ ซึ่งณ เวลานั้นผมย้ายไปรับราชการ อยู่ที่ศูนย์บัญชาการช่วยรบที่ ๔ กองทัพภาคที่ ๔ อำเภอทุ่งสง จังหวัดนครศรีธรรมราช ให้หน่วยทหาร ในขณะที่เป็นหน่วยกำลังรบ หน่วยสถานที่เรียนทหาร อย่างเช่น โรงแรมนายร้อย จปร. หน่วยข้างเสธ. ตัวอย่างเช่น กรมข้างเสธ.ต่างๆให้มหาวิทยาลัย สถานที่เรียน สถาบันต่างๆที่เต็มอกเต็มใจจะช่วยเหลือ แม้กระทั้งเชื้อสายหลักๆที่มีเงินแยะ มาช่วยเหลือกันสร้างตกแต่งให้กำเนิดเป็นสวนขึ้นในพุทธมณฑล และก็ได้มีการสร้างสิ่งปลูกสร้างต่างๆขึ้น ซึ่งก่อนที่จะเล่าเนื้อหาของการก่อสร้างสิ่งต่างๆว่ามีอะไรบ้าง ผมขอเชิญท่านท่องเที่ยวดู ในพุทธมณฑลซะก่อน ด้วยเหตุว่าประเด็นนี้หากต้องการจะให้รู้ละเอียดสักนิดสักหน่อยก็น่าจะยาวสักหน่อย แม้เข้าไปในพุทธมณฑล ขณะนี้ เข้าประตูที่อยู่เลยร้านค้าลูกชิ้นปลานายเงี๊ยบไปหน่อย ผ่านตู้ยามรับบัตรไม่เสียค่าผ่านประตู พื้นที่ สถานที่จะสวยงามสุดสาธยาย ร่มรื่นไปทั่วรอบๆที่ผมได้บอกแล้วว่ามีหน่วยงานต่างๆมาช่วยเหลือกันสร้างสวนไว้ ๒๐ ปีเศษผ่านไป ต้นไม้ต่างๆเติบโต สูงใหญ่ให้ความร่มเย็นหมดแล้ว งามจริงๆและก็พื้นหญ้าด้านล่างก็ตัดแต่งโล่งเตียน จุดนี้สำคัญมาก ถ้าหากต้นไม้โตใหญ่ แต่ว่าด้านล่างต้นหญ้ารุงรังก็หมดความงดงามเปลี่ยนเป็นป่าไป แต่ว่านี้ตัดแต่งต้นหญ้า เรียบตลอดทั้งพื้นที่ “๒,๕๐๐ ไร” ไม่มีส่วนไหนเลยที่ต้นหญ้าจะมิได้รับการตัดแต่งก็เลยสวยมากมาย และก็ทั่วรอบๆตายด้านยสวน จะมีสระขนาดใหญ่ที่มีปลาตัวโตๆคอยรับของกินจากผู้มาท่องเที่ยวจะซื้อของกินโยนไปให้รับประทาน ในวันที่ผมไปนี้เป็น หน้าฝนน้ำจะเต็มขอบสระใสสะอาด จะนั่งชายน้ำหรือนั่งใต้ร่มไม้ จะเอาของกินไปรับประทานก็ได้ แม้กระนั้นอย่าลืมระลึกถึงเรื่องความสะอาดของสถานที่ คนไปนั่งรับประทานอาหารขอให้มีวัฒนธรรมที่ดีเลิศติดไปด้วย เศษอาหารแล้วก็ภาชนะขอให้เก็บทิ้งให้หมด ขอให้เสียดายสถานที่นี้กันมากมายๆว่างดงามสงบแค่ไหน พุทธรูปปางลีลาท่าทางประจำพุทธมณฑล เรียกว่า พระศรีศากยะทศพลญาณ พุทธรูปพระประธานพุทธมณฑล ซึ่งได้รับพระราชทานนามว่า “พระศรีศากยะทศพลญานประธานพุทธมณฑลสุทรรศน์” ซึ่งผลิตขึ้นจุดศูนย์กลางพุทธมณฑล ต้นแบบที่คุณครูศิลป์ พีระศรี ออกไว้นั้นสูง ๒.๑๔ เมตร แต่ว่าอยากให้สื่อความหมาย ก็เลยได้ขยายแบบออกไป เพื่อได้ ๒,๕๐๐ กระแบะมือ ก็เลยจำต้องขยายออกไปอีก ๗.๕ เท่า เป็นความสูง ๑๕.๘๗๕ เมตร เมื่อขยายแบบเสร็จแล้วการผลิตจำต้องแบ่งพุทธรูปออกเป็น ๖ ส่วนเป็น พระเศียร พระอุระ และก็พระพาหาข้างซ้าย พระนาภี แล้วก็พระพาหาข้างขวา พระเพลา พระบาท แล้วก็ฐานบัวรองพระบาท พระมือซ้ายและก็ขวา มีโลหะมาตรฐานเดียวกัน ๑๓๗ ชิ้น มีสูตรของส่วนประกอบที่แน่ๆเรียกว่า “โลหะสำริด” เริ่มสร้าง มิถานายน ๒๕๒๓ โดยมี คุณครู ดอกบัว จารักษ์ อำนวยการสร้าง เสร็จในปี ๒๕๒๕ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ฯ แล้วก็สมเด็จพระนางเจ้า ฯ ได้เสด็จทรงเททองคำพระเกตุมาลาไว้เมื่อ ๑๘ พ.ค. ๒๕๒๔ ได้ประกอบพิธีเชื่อมประกอบพระเศียร กับองค์พุทธรูป เมื่อ ๒๓ เดือนสิงหาคม ๒๕๒๕ โดยสมเด็จพระสังฆราช เสด็จเป็นองค์ประธานในพิธีการ รวมทั้งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวขอความปรานีเกล้า ฯ ให้สมเด็จพระเทวดารัตน์ราชบุตรสาว ฯ เสด็จประกอบพิธีสมโภช ตอนวันที่ ๒๑ ธ.ค. ๒๕๒๕ แล้วก็ระหว่างกำลังปฏิบัติการสร้างอยู่นั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้เสด็จไปมองดูการผลิตองค์พุทธรูป วิหารพุทธมณฑล ซึ่งถ้าหากดูจากถนนใหญ่จะเห็นกระจ่างเจน แต่ว่าเมื่อมองดูจากองค์พุทธรูปประธาน มองดูตัดความงามของสวนไม้ดอกไม้ประดับออกไป ก็จะมองเห็นความสวยอย่างมาก เป็นตึกชั้นเดี่ยว สร้างแบบสถาปัตยกรรมไทยตามแบบวิหารของสงฆ์ราเชนทร์ ฝาผนังวิหารทำเป็น ๒ ชั้น เพื่อประตูหน้าต่าง เลื่อนเข้าข้างในกำแพงได้ ข้างในปูด้วชูระเบื้องหินอ่อน หลังคามุงด้วยกระเบื้องลวดลาย ข้างนอกเป็นประติมากรรมรูปพุทธรูป ๘ องค์ และก็พระพุทธเจ้า ๒ องค์ ด้านในติดตั้งพุทธรูป ๒๕ พุทธศักราชขนาด ๒,๕๐๐ มิลลิเมตร จัดการก่อสร้างตั้งแต่ปี พุทธศักราช๒๕๑๕ เสร็จในปี พุทธศักราช๒๕๑๘ วังสมเด็จพระสังฆราช เป็นลักษณะสถาปัตยกรรมปรับใช้ หันไปทางทิศเหนือ ก่อสร้างเสร็จในปี ๒๖๒๔ บ้านพักพระสงฆ์ผู้มาเยือน อยู่ตรงกันข้ามกับวังสมเด็จพระสังฆราช มีลักษณะเป็นสถาปัตยกรรมไทยปรับใช้สองชั้น สร้างเสร็จเมื่อ พุทธศักราช๒๕๒๖ ห้องประชุม ทำขึ้นเพื่อใช้เป็นที่