วันคล้ายวันพระราชสมภพ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

วันคล้ายวันพระราชสมภพ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พิมพ์ อีเมล เนื้อหา เขียนโดย Pajjek หมวด: วันสำคัญทางสถาบันพระมหากษัตริย์ เผยแพร่เมื่อ: ๐๑ เดือนเมษายน ๒๕๖๑ อ่าน: 876 สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา เจ้าฟ้ามหาจักรีสิรินธร เมืองสีมาคุณาแขนปิยชาติ ประเทศไทยบรมราชธิดา เป็นสมเด็จพระเจ้าลูกคุณท่านที่ ๓ ใน พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช (รัชกาลที่ ๙) รวมทั้งสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ทรงพระราชการบังเกิดเมื่อวันเสาร์ที่ ๒ เดือนเมษายน พ.ศ. ๒๔๙๘ ณพระที่นั่งอัมพรสถานที่ ราชสำนักดุสิต ได้รับการมอบให้ชื่อจากสมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณตระกูล ว่าสมเด็จพระเจ้าลูกคุณ เจ้าฟ้าสิรินธรเทวดารัตนลูกผู้หญิง กิติวัฒที่นาดุลโสภาคย์ พร้อมด้วยประทานคำแปลว่านางแก้ว อันคือหญิงผู้ดีเลิศ และก็มีนามที่บริวาร เรียกทั่วๆไปว่าทูลกระหม่อมน้อย พิธีตั้งพระราชอิสริยศักดิ์สมเด็จพระเจ้าลูกคุณ เจ้าฟ้าสิรินธรเทวดารัตนลูกผู้หญิง กิติวัฒที่นาดุลโสภาคย์ สำหรับชื่อสิรินธร นั้น เอามาจากสร้อยนามของสมเด็จพระราชปิตุๆจฉา เจ้าฟ้าวไลยอลงกรณ์ กรมหลวงเพชรบุรีราชสิรินธร ซึ่งเป็นสมเด็จพระราชปิเหม็นตุจฉา (ป้า) ในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช (รัชกาลที่ ๙) สำหรับสร้อยนามกิติวัฒท้องนาดุลโสภาคย์ ประกอบขึ้นจากพระนามาภิไธยของสมเด็จพระพ่อแม่ ๓ ท่าน อย่างเช่นกิตำหนิ มาจากพระนามาภิไธยของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ แม่ (แม่) ส่วนวัฒนา มาจากพระนามาภิไธยเดิมของสมเด็จพระศรีสวรินทิราบรมราชเทวี พระพันวัสสาย่าเจ้า (เป็นสมเด็จพระนางเจ้าสว่างวัฒนา พระบรมราชเทวี ) สมเด็จพระปัยยิกา (ย่าทวด) แล้วก็อดุลย์ มาจากพระนามาภิไธยของสมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลย์ยอำนาจความกล้าหาญ พระบรมราชพ่อ สมเด็จพระอัยกา (ปู่) โดยสาเหตุมาจากที่ทรงบำเพ็ญพระราชกิจจานุเบกษานุกิจนานัปการอันมีคุณประโยชน์แก่แผ่นดินรวมทั้งประชาชน พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ก็เลยมีพระบรมราชโองการกรุณาให้ตั้งพระราชอิสริยยศเป็นสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา เจ้าฟ้ามหาจักรีสิรินธร เมืองสีมาคุณามือปิยชาติ ประเทศไทยบรมราชเด็กหญิง สำหรับในการพิธีฉลองครบรอบวันพระราชสมภพ ๕ เดือนธันวาคม ๒๕๒๐ ท่านทรงเป็นผู้ใฝ่ใจในการศึกษาวิจัยอย่างมาก (ในรูปภาพ) สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ แล้วก็สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระราชคุณแม่ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงจบการศึกษาม.ปลายจากสถานที่เรียนจิตรลดา ในเขตพระราชฐานพระตำหนักจิตรลดา พระราชสำนักดุสิต แล้วต่อจากนั้น ทรงศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษา ได้รับพระราชทานปริญญาอักษรศาสตรบัณฑิตเกียรตินิยมชั้น ๑ เหรียญทองสาขาวิชาประวัติศาสตร์ จากจุฬาลงแขนณ์มหาวิทยาลัย ปริญญาศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาจารึกภาษาทิศตะวันออก จากมหาวิทยาลัยศิลปากร ปริญญาอักษรศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาบาลี – สันสกฤต จากจุฬาลงมือณ์มหาวิทยาลัย และก็ปริญญาปริญญาเอก สาขาวิชาพัฒนศึกษาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒผสานมิตร ทรงเข้าปฏิบัติภารกิจคุณครูสอนประวัติศาสตร์ รวมทั้งสังคมวิทยาที่สถานที่เรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า ตั้งแต่พ.ศ. ๒๕๒๓ ทรงดำรงพระขั้นพล.อ. ตำแหน่งผู้อำนวยการกองประวัติศาสตร์ รวมทั้งทรงปลดเกษียณราชการในพ.ศ. ๒๕๕๘ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเป็นผู้ใฝ่ใจในการค้นคว้าอย่างมาก ทรงเรียนรู้อยู่เสมอเวลา นอกเหนือจากวิชาการด้านอักษรศาสตร์ดังที่กล่าวมาข้างต้นแล้วยังทรงเลือกเรียนรู้วิชาการด้านอื่นๆอีกหลายด้านที่ทรงมีความเห็นว่าจะมีคุณประโยชน์ ดังเช่น ภูมิศาสตร์กายภาพ สังคมรวมทั้งเศรษฐกิจ วิชาพฤกษศาสตร์ การจัดการทรัพยากรดินแล้วก็น้ำ รีโมตเซนซิ่ง แผนที่ โภชนาการ ฯลฯ และก็ทรงนำวิชาความรู้จากวิชาการกลุ่มนี้ไปปรับใช้ในการพัฒนาชุมชนแล้วก็ชีวิตความเป็นอยู่ของพลเมือง เป็นที่ปรากฏชัดแก่สายตาชาวไทยตลอดมาว่าสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงงานหนักเพื่อปรับปรุงคุณภาพชีวิตของประชาราษฎร์ไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในแคว้นกันดาร ให้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดียิ่งขึ้นแล้วก็ยืนด้วยตัวเองอย่างยั่งยืน ท่านทรงดำเนินรอยตามเบื้องพระยุคลบาทของทูลกระหม่อมบิดา (รัชกาลที่ ๙) ทุกสิ่งทุกอย่าง “พระมหากษัตริย์ (รัชกาลที่ ๙) ทรงเป็นยังไง สมเด็จพระเทวดาฯ ก็ทรงเป็นแบบงั้น” ท่านทรงดำเนินรอยตามเบื้องพระยุคลบาทของทูลกระหม่อมบิดา (รัชกาลที่ ๙) ทุกๆสิ่งทุกๆอย่าง “พระมหากษัตริย์ (รัชกาลที่ ๙) ทรงคืออะไร สมเด็จพระเทวดาฯ ก็ทรงเป็นแบบงั้น ” (ในรูปภาพ) พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และก็สมเด็จพระเทวดาฯ ทรงงานในท้องที่ทุรกันดาร ท่านทรงงานตามแบบอย่างกษัตริย์ (รัชกาลที่ ๙) ทั้งหมด ทรงจัดการกับปัญหาให้พลเมืองโดยใช้องค์วิชาความรู้ ทรงปรับปรุงเพื่อมุ่งสู่การพัฒนาที่ยืนยง โดยคิดถึงหลักภูเขามิสังคม ทรงมุ่งปรับปรุงทั้งคนและก็พื้นที่ ทรงบริหารการเสี่ยง โดยจะทรงทดสอบจนกระทั่งมีผลดีก่อน แล้วจึงค่อยพระราชทานแก่ประชาชน ทรงย้ำให้การศึกษาเล่าเรียนแก่เด็กไม่ค่อยได้รับโอกาศรวมทั้งเด็กในพื้นที่ไกลห่าง ทรงให้ความเอาใจใส่กับระบบสารสนเทศ แล้วก็ทรงใช้เทคโนโลยีสำหรับเพื่อการติดตามงาน รวมทั้งทรงเป็นตัวอย่างของการประหยัดแล้วก็พึ่งตนเอง แม้ดูให้ดี การทรงงานของทั้งยังพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รวมทั้งสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ชอบทรงเน้นย้ำไปในเขตแดนกันดาร พระเจ้าแผ่นดิน (รัชกาลที่ ๙) ทรงย้ำเสมอว่า สิ่งที่ต้องระมัดระวังสำหรับในการทรงงาน อย่าไปซ้ำไปซ้ำมากับราชการ พอเพียงท่านมีดำริจะทำอะไร ท่านจะทรงให้วิเคราะห์ก่อนว่าสิ่งที่จะทำนั้นไปซ้ำไปซ้ำมากับหน่วยงานของรัฐหรือไม่ ต้องระมัดระวัง ไม่เช่นนั้นจะแปลงเป็นว่า พระมหากษัตริย์ไปแย่งงานกระทรวง ทบวง กรม สำคัญที่สุด ทุกการทรงงานจะทรงรอบคอบให้งานนั้นไม่เกินอำนาจของท่าน เมื่อเป็นแบบนี้ ท่านก็เลยจำเป็นต้องเสด็จออกไปไกลๆเพราะว่าระบบราชการไม่ไป ใกล้ๆรุ่งโรจน์แล้ว ไม่ต้อง เพราะเหตุว่ามีหน่วยงานราชการดูแล โน่นเป็นเหตุผลว่า เพราะเหตุไรท่านถึงจำต้องเสด็จฯ ไปตามชายแดน ไปทรงช่วยคนภูเขา ชนหมู่น้อย ด้วยเหตุว่าไม่มีผู้ใดไป นอกจากกรณียกิจในหน้าที่ราชการแล้ว ท่านยังทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจด้านต่างๆครอบคลุมงานหลักๆอันเป็นผลดีหลักของประเทศชาติแทบทุกด้าน แล้วก็ทรงได้รับความไว้วางใจ ให้ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจที่ทรงสืบต่อต่อจากพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และก็สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ดังที่ทรงพระขอความปรานีโปรดเกล้าฯ มอบหมาย รวมทั้งการกระทำพระราชกรณียกิจแทนท่านในช่องทางต่างๆได้แก่ การพระราชทานปริญญาบัตร การมอบผ้าพระกฐิน แล้วก็การพระราชทานพระราชวโรกาสให้คณะบุคคลต่างๆเข้าเฝ้าฯ ฯลฯ สมเด็จพระเทวดาฯ ทรงได้รับความไว้วางใจ ให้ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจแทนท่านในจังหวะต่างๆอยู่ตลอด สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงก่อตั้งแผนการต่างๆเพื่อปรับปรุงคุณภาพชีวิตเด็กและก็เยาวชนคนอนาถาในบ้านนอก โดยเฉพาะอย่างยิ่งการช่วยส่งเสริมพลานามัย รวมทั้งแก้ไขสภาวะทุพโภชนาการ ทรงมีความเห็นว่าเด็กจะเรียนหนังสือมิได้ถ้าเกิดท้องหิวหรือเจ็บไข้ได้ป่วย ก็เลยทรงเริ่มแผนการเกษตรเพื่ออาหารเที่ยงในสถานศึกษาตำรวจตระเวนชายแดน ตั้งแต่พ.ศ. ๒๕๒๓ ทรงมองเห็นจุดสำคัญของการเรียนขั้นต้น ก็เลยพระราชทานพระราชทรัพย์สินให้ก่อสร้างสถานที่เรียนในถิ่นกันดาร ศูนย์การเล่าเรียนชุมชนสำหรับคนประเทศไทยเทือกเขา ห้องเรียนเขยื้อน ทั้งยังพระราชทานพระราชสินทรัพย์เป็นค่าแรงครู รวมทั้งทรงหาเครื่องที่ใช้ในด้านที่เกี่ยวกับการเรียนการสอนพระราชทาน เพื่อเยาวชนได้โอกาสได้รับการค้นคว้าที่สมควร จะได้มีความรู้สำหรับเพื่อการพึึ่งพาตัวเอง แล้วก็เป็นที่พึ่งพิงของครอบครัวได้ในอนาคต ทรงติดตามการปฏิบัติการโครงงานตามความคิดอย่างใกล้ชิด รวมทั้งเดินทางไปยอดเยี่ยมพลเมืองในแผนการด้วยท่านเองเสมอ จากการที่มีพสกนิกรแล้วก็หน่วยงานต่างๆได้ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายเงินเพื่อโดยเสด็จพระราชกุศล หรือสมทบทุนปฏิบัติงานแผนการปรับปรุงต่างๆก็เลยทรงพระขอความกรุณาปรานีโปรดเกล้าฯ ให้นำเงินที่มีผู้ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายดังที่กล่าวมาแล้วข้างต้นมาก่อตั้งเป็นกองทุนการบุญสมเด็จพระเทวดาฯ เพื่อการอนุเคราะห์ช่วยเหลือประชากรผู้ทุกข์ร้อนลำบาก หรือเพื่อการสาธารณประโยชน์อื่นๆนอกจากงานปรับปรุงแล้ว สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ยังสนพระทัยงานศิลปวัฒนธรรมไทยเป็นอย่างยิ่ง ทรงมีความคิดว่า ควรมีการถ่ายทอดงานทางด้านวัฒนธรรมไปสู่เด็กรวมทั้งเยาวชนแบบใหม่ผ่านขั้นตอนการจัดแจงศึกษาเล่าเรียนอบรม ทั้งยังการเล่าเรียนในระบบ การศึกษานอกระบบ แล้วก็การเรียนตามความสะดวก เพื่อคนรุ่นหลังกลุ่มนี้ได้ทำความเข้าใจ ใส่ใจจุดสำคัญ รักและก็ผูกพันในศิลปวัฒนธรรมของชาติ สามารถตกทอดเพื่อการรักษาแล้วก็บางทีอาจปรับปรุงเป็นอาชีพได้ ทรงส่งเสริมการจัดกิจกรรมเพื่อสงวนแล้วก็ตกทอดมรดกทางศิลปวัฒนธรรมของไทย พระราชจริยาวัตรที่ราษฎรทั่วๆไปได้เห็นประจักษ์หมายถึงพระเมตตาแล้วก็ความเอาใจใส่ไว้ภายในการดำรงชีวิตของราษฎร ท่านทรงมีพระราชปณิธานที่จะสามารถช่วยเหลือคนที่ทุกข์เข็ญ ลำบากโดยไม่เลือกชนชั้นทางสังคม เชื้อสาย เชื้อชาติ ศาสนา ประชากรต่างเชิดชู และก็สรรเสริญในพระบารมี เพราะฉะนั้น เพื่อเป็นการเทิดทูนพระเกียรติที่ทรงมีคุโณปการต่อชาติบ้านเมืองในด้านต่างๆโดยตลอด ก็เลยมีบุคคล หน่วยงาน สัมพันธ์ และก็หน่วยงานต่างๆอีกทั้งในแว่นแคว้นแล้วก็ในเมืองนอก ขออนุญาตเชิญพระนามาภิไธย และก็ขอสิ่งของนามไปเป็นชื่อพรรณพืชแล้วก็สัตว์ที่ศึกษาค้นพบใหม่ในโลก และสถานที่และก็สิ่งต่างๆไม่น้อยเลยทีเดียว เพื่อเป็นการสรรเสริญแล้วก็เป็นมงคลสืบไป นอกนั้น ยังได้ทรงพระขอความกรุณาปรานีรับชมรม สถาบัน แล้วก็หน่วยงานต่างๆที่ก่อตั้งตามแนวความคิด หรือที่มีเป้าหมายปฏิบัติงานในหัวข้อต่างๆที่ทรงให้การเกื้อหนุน ซึ่งล้วนเป็นไปเพื่อช่วยเหลือผู้ไม่ค่อยได้รับโอกาศ ผู้ขาด หรือเพื่อการสาธารณประโยชน์เอาไว้ในพระราชูปถัมภ์ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเป็นผู้ที่มีความเชี่ยวชาญด้านดนตรีไทยผู้หนึ่ง ขณะเล่าเรียนอยู่สถานศึกษาจิตรลดา ทรงเลือกฝึกซอด้วง เป็นอุปกรณ์สำหรับเล่นดนตรีชิ้นแรก สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเริ่มฝึกฝนดนตรีไทยขณะศึกษาเล่าเรียนอยู่สถานศึกษาจิตรลดา ทรงเลือกฝึกหัดซอด้วง เป็นอุปกรณ์สำหรับเล่นดนตรีชิ้นแรก แต่ว่าที่โปรดทรงอยู่ประจำ เป็นซอ ฆ้องวง รวมทั้งระนาด โดยเฉพาะอย่างยิ่งระนาดเอก ส่วนในด้านดนตรีสากล ทรงฝึกหัดอุปกรณ์สำหรับเล่นดนตรีสากล จำพวกเครื่องเป่า จากพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช จนกระทั่งสามารถทรงทรัมเปตนำวงดุริยางค์ในงานการแสดงดนตรีสายดวงใจไทย แล้วก็ทรงระนาดฝรั่งนำวงดุริยางค์ในงานกาชาด ยามที่ทรงว่างจากพระราชธุระ ท่านทรงพักพระท่าทางโดยทรงมีงานที่ชอบทำในเวลาว่างที่สนพระทัยหลากหลายชนิด เป็นต้นว่า ดนตรี งานศิลป กีฬา งานสะสม การทัศนศึกษา การอ่านรวมทั้งสะสมหนังสือ ทรงมีหอสมุดส่วนพระองค์ที่จัดเก็บหนังสือหลายชนิด ทั้งๆที่ทรงเลือกซื้อด้วยท่านเองแล้วก็ที่มีผู้ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวาย แล้วก็ได้แก่เป็นที่รู้กันทั่วๆไปว่า ทรงมีพระความเป็นอัจฉริยะสำหรับการเรียงร้อยอักษร ก็เลยทรงพระราชนิพนธ์ความเรียงแล้วก็กลอนไว้จำนวนมาก มีทั้งยังจำพวกบทความ เรื่องสั้น ความเรียง บทนำ บทกลอน เพลง เรื่องแปล รวมทั้งสารคดี ฯลฯ และก็พระราชนิพนธ์ชุดเดินทางไปเยี่ยมเมืองนอก ซึ่งเปรียบเหมือนบันทึกการเดินทาง ที่ให้อีกทั้งวิชาความรู้และก็ความบันเทิงแก่คนอ่าน ในขณะนี้ ท่านยังสนพระทัยศึกษาเล่าเรียนแล้วก็ฝึกหัดศึกษาความสามารถภาษารวมทั้งวิชาการต่างๆอยู่ไม่ได้ขาด ตัวอย่างเช่น ภาษาประเทศฝรั่งเศส ภาษาเยอรมัน ภาษาจีน ไอที ดาราศาสตร์ เทคโนโลยีชีวภาพ ฯลฯ พระปัญญาสามารถสามารถด้านภาษาเป็นที่ปรากฏชัดเจนโดยทั่วทุกคน นอกจากนั้น ยังสนพระทัยร่วมการสัมมนา เปลี่ยนความคิดเห็น ทรงเล่าเรียนศึกษางาน และก็ทรงพบปะพูดคุยกับผู้รู้ด้านต่างๆอยู่เป็นประจำ เพื่อทรงรับวิชาความรู้ใหม่ๆรวมทั้งล้ำยุคอยู่เป็นประจำ — — ที่มา: เว็บกองงานในท่านสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี (sirindhorn.net) ก่อนหน้า ถัดไป