เดือนห้า – บุญฮดสรง

เดือนห้า – บุญฮดสรง พิมพ์ อีเมล เนื้อหา เขียนโดย Pajjek หมวด: ฮีตสิบสอง เผยแพร่เมื่อ: ๒๒ เดือนสิงหาคม ๒๕๖๐ อ่าน: 3660 บุญเดือนห้า หรือ บุญฮดสรง ตรงกับวันขึ้น ๑๕ เย็นเดือน ๕ โดยนับได้ว่าเป็นวันขึ้นปีใหม่ของไทยในสมัยก่อน ตามประเพณีของอีสาน เมื่อถึงเดือนห้า จะมีพิธีการหรือมีบุญขนบธรรมเนียมเพื่อเป็นมิ่งขวัญเป็น “บุญฮดสรง” บุญเดือนห้า หรือ บุญฮดสรง บ้างก็เรียก บุญรดน้ำ หรือที่เรียกกันโดยธรรมดาว่า บุญวันสงกรานต์ มีบางจังหวัดที่ใกล้เคียงกับประเทศเขมร จะออกเสียงเรียกวันสงกรานต์ตามภาษาเขมรว่า ตรดวันสงกรานต์ ตรงกับวันขึ้น ๑๕ เย็นเดือน ๕ โดยนับว่าเป็นวันขึ้นปีใหม่ของไทยในโบราณกาล ตามที่ปรากฏในบทผญาเกี่ยวกับบุญเดือนห้าว่า ตกฤดูเดือนห้าสายลมบ่มาผ่าน มองเห็นดอกจานเพิ่นแย้มบานเย้ยท้องทุ่ง เดือนห้านี้บ่ได้ช้าปีใหม่มาเถิง ให้พากันทำบุญสุนทานปลดปล่อยปลาลงน้ำ เต่าสิสอบถามหาบุ้นคนใจบุญสุนทานสิมาปลดปล่อย นกสิงอยง่าไม้รอคอยตั้งแต่ฝน เดือนนี้มอนจ้นๆคนกะหลั่งมาหลาย หาเอาทรายมากมายองก่อเจดีย์ไว้ พิธีกรรมทำบุญทำทานวันตรุษวันสงกรานต์ นอกเหนือจากที่จะมีการรดน้ำพระแล้ว ยังมีการสรงน้ำหรือรดน้ำดำหัวผู้ใหญ่ ผู้เป็นเจ้าของบ้านเจ้าผู้ครองนคร คนที่เป็นคนที่สูงชาติสกุล คนที่มีความช่วยเหลือเกื้อกูลคุณ ได้แก่ บิดา แม่ ปู่ คุณย่า ตา คุณยาย ฯลฯ ซึ่งถือได้ว่าเป็นการรดน้ำดำหัวเพื่อขอพรให้บุตรหลานได้อยู่เปียกรับประทานเย็น นอกเหนือจากการรดน้ำพระแล้วก็รดน้ำดำหัวผู้ใหญ่แล้ว ยังมีการสรงน้ำเครื่องค้ำของคูณต่างๆดังเช่น คุด เขา นอ งา แข้วหมูตัน จันทคาด ฯลฯ ซึ่งเป็นเครื่องค้ำของคูณพวกนี้ถ้าเกิดมีอยู่บ้านใดเรือนใด จะก่อให้ผู้ครอบครองนั้นเรีอนอุสูดดมบริบูรณ์ด้วยเครื่องใช้ทรัพย์สิน ในเทศกาลแบบนี้ให้นำเอาเครื่องค้ำของคูณพวกนั้นออกมาสรง จะก่อให้ผู้เป็นเจ้าของแฮปปี้ความรุ่งโรจน์สมบูรณ์บริบูรณ์ด้วยเครื่องใช้ทรัพย์สิน บุญเดือนห้า หรือ บุญฮดสรง นิยมทำบุญทำกุศลใส่บาตร ก่อเจดีย์ทราย ขนทรายเข้าวัด รดน้ำพระรวมทั้งผู้ใหญ่อันเป็นการแสดงความยำเกรงแล้วก็ความกตัญญูกตเวที เพื่อความเป็นมงคล นอกเหนือจากนี้ยังมีการขนทรายเข้าวัดก่อเจดีย์ทราย หรือชาวอิสานเรียกกันว่า “พระทราย” เป็นทรายที่ก่อเป็นกองแล้วเอาธงผ้าธงกระดาษไปปักไว้บนยอดรวมทั้งบริเวณโบราณอิสานเรียกว่า “กองประทาย” บ้าง เรียกว่า “กองประทราย” บ้าง หรือจะเรียกให้ตรงกับคำบาลีว่า “วาลุกเจติยํ” ซึ่งแสดงว่า เจดีย์ทราย ซึ่งก็ได้แก่กองพระทรายนั่นเอง สาเหตุของการก่อเจดีย์ทรายนั้น มีเรื่องมีราวเล่าในหนังสือธรรมบทว่า คราวหนึ่ง พระผู้เป็นเจ้าปเสนทิหีบศพลเสด็จไปถึงริมหาดริมฝั่งแม่น้ำใกล้เมืองท่านได้มองดูมองเห็นทรายขาวบริสุทธิ์ผุดผ่อง แล้วก็มีจิตใจเลื่อมใสในพระพุทธ พระธรรม สงฆ์ ก็เลยได้ปัดกวาดเอาทรายมากมายองบูชาพระรัตนตรัยนับได้ ๘๔,๐๐๐ กอง พอๆกับปริมาณที่เกี่ยวกับหมวดธรรมที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดงไว้ ตลอดตอนที่บำเพ็ญพุทธธุระ ๔๕ ปี ต่อจากนั้นก็เลยได้เสด็จไปถามพระสัมมาสัมพุทธเจ้าถึงอานิพระสงฆ์ของการก่อเจดีญ์ทรายถึง ๘๔,๐๐๐ องค์ หรือเจดีย์ทรายเพียงแต่องค์เดียวก็ได้ผลบุญมากมาย เป็นจะไม่ลงนรกหลายร้อยชาติ ถ้าหากเป็นมนุษย์ก็จะกำเนิดเป็นมนุษย์ทรัพย์สมบัติเพรียบพร้อมไปด้วยตำแหน่งศักดี์บริวาร มีเกียจความโด่งดังแพร่ไปทั่วทิศานุด้าน พอตายไปจะเจอสรวงสวรรค์ทรัพย์สมบัติมีนางฟ้าเป็นบริวาร โดยอาศัยเหตุที่การก่อเจดีย์ทรายมีผลบุญมากมาย คนอิสานโบรานก็เลยนิยมก่อพระทราย หรือเจดีย์ทรายเป็นจารีตประเพณีจนกระทั่งขณะนี้ ขนบธรรมเนียมสำหรับในการทำบุญสุนทานอีกอย่างหนึ่งเทศกาลนี้หมายถึงการปลดปล่อยสัตว์ อย่างเช่น นก ปู ปลา หอย เต่า พวกนี้ได้รับความนิยมปลดปล่อยกัน กระทั่งได้ปรากฏเอาไว้ภายในบทผญาเมนส์ที่ได้กล่าวแล้วข้างต้น เนื่องจากนับว่าการไถ่คืนถอนสัตว์อื่นนั้นมีบุญมากมาย เป็นการบรรเทาสัตว์ให้สิ้นทุกข์ในเหศกาลเดือนห้านี้ด้วย ก่อนหน้า ถัดไป