มหายาน

อาจริยวาท พิมพ์ อีเมล เนื้อหา เขียนโดย Pajjek หมวด: นิกายในพุทธ เผยแพร่เมื่อ: ๐๙ เดือนสิงหาคม ๒๕๖๐ อ่าน: 5329 แนวทางการแผ่กว้างของพุทธนิกายอาจริยวาท ระหว่างพุทธศักราชที่ ๖ – ๑๕ อาจริยวาท เป็นนิกายในพุทธข้างอาจริยวาท ที่เชื่อถือกันอยู่ประเทศแถบภาคเหนือของประเทศอินเดีย ประเทศญี่ปุ่น เนปาล จีน ประเทศเกาหลี เวียดนาม ดูโกเลีย ไปจนกระทั่งนิดหน่อยของรัสเซีย คุณลักษณะเด่นของนิกายนี้อยู่ที่แนวความคิดหัวข้อการบำเพ็ญตนเป็นพระพุทธเจ้า สร้างบารมีเพื่อช่วยเหลือทุกๆชีวิตในโลกไปสู่ความพ้นทุกข์ เนื่องจากมีผู้เชื่อถืออยู่มากมายในประเทศแถบเหนือก็เลยเรียกได้อีกชื่อหนึ่งว่าอุตตรนิกาย ปัจจุบันนี้ชาวพุทธจำนวนมากของโลกเป็นผู้เชื่อถือนิกายอาจริยวาท ความหมายของอาจริยวาท พระอวโลกิเตศวร พระพุทธเจ้าด้านความปรานี ในพระชาติเจ้าแม่กวนอิม วัดหนันซาน เมืองซานคุณย่า บริเวณไหหลำ ประเทศจีน อาจริยวาท มาจากคำศัพท์ภาษาบาลี-สันสกฤต มหา + ยาน หมายความว่ายานพาหนะที่ใหญ่ เป็นคำเรียกที่อาศัยการเปรียบเทียบ จากคำว่าหินยาน ซึ่งมีความหมายว่ายานพาหนะที่เล็กๆอาจริยวาทยังแปลว่ายานที่สูงสุด ตามความเชื่อถือของชาวพุทธข้างอาจริยวาท คำว่าอาจริยวาท ไม่เฉพาะแต่เป็นยานใหญ่และก็สูงสุดเพียงแค่นั้น ถ้าเป็นยานที่รื้อถอนขนสรรพสัตว์ได้ทุกหมวดหมู่ทุกวัย และก็สัตว์โลกทุกรูปนาม เพื่อไปสู่พระนิพพาน แล้วก็ยานนี้ยังเป็นยานที่จะไปถึงพุทธภูเขาไม่ แล้วเสร็จเป็นพระพุทธเจ้า คำว่าอาจริยวาท ก็เลยเป็นการเปรียบ คือ การขนสัตว์ให้ผ่านพ้นสังสารวัตร ได้มากกว่าสาวกยาน ในหนังสือมหาปรัชญาขว้างรมิตาศาสตร์ ระอุรุนาค้างรชุนะ นักปราชญ์ข้างอาจริยวาท ได้ชี้แจงความหมายของอาจริยวาทไว้ว่า พระพุทธธรรมมีเอกรสเดียวเป็นรสที่ความพ้น ความรอดพ้นจากปวงทุกข์ แม้กระนั้นจำพวกของรสมี ๒ ประเภทหมายถึงประเภทแรกเพื่อตนเอง และก็จำพวกลำดับที่สองเพื่อตนเองรวมทั้งสรรพสัตว์ด้วย อันแสดงว่า ข้างสาวกยานมุ่งเพียงแต่การเป็นอิสระเป็นพระอรหันต์สิ้นกิเลสเฉพาะตน ไม่มีประณิธานสำหรับเพื่อการโปรดสรรพสัตว์ให้ถึงการเป็นอิสระด้วย แม้กระนั้นข้างอาจริยวาทย่อมมีอุคมคติตรงกันข้าม กล่าวอีกนัยหนึ่ง ย่อมมุ่งพุทธภูเขาไม่มีประณิธานจะรู้แจ้งเป็นพระพุทธะเพื่อขนสัตว์ให้หมดทุกข์จนถึงหมดเกลี้ยง ชี้แจงว่า ชาวพุทธข้างสาวกยานโดยปกติมุ่งแม้กระนั้นสาวกภูเขาไม่เป็นหลัก ด้วยเหตุนั้น ก็เลยเรียกอีกชื่อหนึ่งว่าสาวกยาน ส่วนชาวพุทธข้างอาจริยวาทย่อมมุ่งพุทธภูเขาไม่ทั้งหมด ก็เลยมีอีกชื่อว่าโพธิสัตวยาน หรือพุทธยาน ในสัทธรรมปุณฑรีกสูตร ได้ชี้แจงความหมายของอาจริยวาทว่า ถ้าเกิดสรรพสัตว์ได้สดับธรรมจากพระผู้มีพระภาค แล้วมีขึ้นเชื่อถือความเลื่อมใส ปสาทะความเชื่อถือ ได้พากเพียรบำเพ็ญบารมีเพื่อสัพพัญญุตญาณอันเป็นธรรมชาติ ญาณอันไม่มีคุณครูคุณครู ญาณที่พระตถลาคต กำลังความกล้าหาญชาญชัย มีความปรานีต้องการต่อความสำราญของสรรพสัตว์ บำเพ็ญหิตานุหิตคุณประโยชน์ต่อเหล่าเทพรวมทั้งมนุษย์ โปรดสรรพนิกรให้หมดทุกข์ โน่นชื่อว่า อาจริยวาท ยิ่งไปกว่านี้พระนาคารชุน ได้กล่าวไว้ภายในสิบสองนิกายศาสตร์อีกว่า พระสวยศรีพระพุทธเจ้า พระพุทธเจ้าด้านสติปัญญา อาจริยวาทเป็นยานอันเป็นเยี่ยมกว่ายานทั้งยัง ๒ เหตุนั้น ก็เลยชื่อว่าอาจริยวาท พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทั้งหลายแหล่อันใหญ่ยิ่ง ทรงอาศัยซึ่งยานนี้ รวมทั้งยานนี้จะสามารถนำพวกเราเข้าถึงท่านได้ เหตุนั้นก็เลยชื่อว่า ‘มหา ‘ อนึ่ง ปวงพระสัมมาสัมพุทธเจ้าผู้มหาบุรุษได้อาศัยยานนี้ เหตุนั้น ก็เลยชื่อว่า ‘มหา ‘ และก็ทั้งยังสามารถดับทุกข์อันกว้างใหญ่ของสรรพสัตว์รวมทั้งประกอบผลดีอันยิ่งใหญ่ให้ถึงพร้อม เหตุนั้นก็เลยชื่อว่า ‘มหา’ อนึ่ง พระพุทธเจ้าทั้งมวล มีพระอวโลกิเตศวรพระพุทธเจ้า (เจ้าแม่กวนอิม ) พระมหาสถามปราปต์พระโพธิสัตว์ พระเมตสามยพระพุทธเจ้า พระสวยศรีพระพุทธเจ้า พระสมันตดีพระโพธิสัตว์ และก็พระกษิว่ากล่าวครรภมหาพระโพธิสัตว์ ฯลฯ ปวงมหาบุรุษได้ทรงอาศัย เหตุนั้นก็เลยชื่อว่า ‘มหา ‘ อนึ่ง เมื่ออาศัยยานนี้แล้ว ก็ย่อมเข้าถึงที่สุดที่ธรรมทั้งมวล เหตุนั้นก็เลยชื่อว่า ‘มหา ‘ นอกเหนือจากที่ได้กล่าวผ่านมาแล้ว ยังมีเนื้อความที่ชมเชยอาจริยวาทอีกจำนวนมากในหนังสือของอาจริยวาท ดังเช่นเรียกว่าอนุตรยาน (ยานอันสูงสุด),โพธิสัตวยาน (ยานของพระพุทธเจ้า),พุทธยาน (ยานของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า),เอกยาน (ยานอันเอก) ฯลฯ ฉะนั้นคำว่ายาน ในศาสนาพุทธก็เลยเป็นดังคำเปรียบเทียบของมรรควิถีอันจะนำมาซึ่งการหมดกิเลสในแบบอย่างที่ต่างกันนั่นเอง กล่าวโดยย่อ ยานในพุทธศาสนาได้แบ่งได้เป็น ๓ (ตามความเห็นชอบข้างอาจริยวาท)เป็น๑. สาวกยาน เป็นยานของพระสาวก ที่มุ่งเพียงแค่อรหัตภูเขาไม่ รู้แจ้งในอริยสัจ ๔ ด้วยการสดับจากพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ๒. เฉพาะผู้เดียวยาน เป็นยานของพระเฉพาะตนพระพุทธ อย่างเช่นผู้ตรัสรู้ในปฏิจจสมุปบาทด้วยตัวเอง แต่ว่าไม่อาจจะแสดงธรรมอบรมสั่งสอนสัตว์ให้บรรลุมรรคผลประโยชน์ ๓. โพธิสัตวยาน เป็นยานของพระพุทธเจ้า ซึ่งดังเช่นว่าผู้เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่กว้างใหญ่ มีมหาขอความปรานีในสรรพสัตว์ ไม่อยากอรหัตภูเขาไม่, เฉพาะผู้เดียวภูเขาไม่ แต่ว่ามุ่งมาดปรารถนาพุทธภูเขาไม่ เพื่อโปรดสัตว์ได้กว้างใหญ่กว่า ๒ ยานแรก รวมทั้งเป็นผู้ตรัสรู้ในศูนยตาธรรม ความเจริญของศาสนาพุทธอาจริยวาท พระมหาสถามปราปต์พระพุทธเจ้า พระพุทธเจ้าด้านกำลัง ภายหลังพระวัวโคลนพระพุทธเจ้าเสด็จดับขันธตายได้ ๓ เดือน พระสาวกผู้ได้เคยสดับอบรมของท่านปริมาณ ๕๐๐ รูป ก็สัมมนาทำสะสางทีแรกในถ้ำสัตบรรณคูหา ใกล้เมืองราชคฤห์ แคว้นมคธ ใช้เวลาตรวจทานอยู่ ๗ เดือน ก็เลยประมวลคำสั่งสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้เสร็จเป็นครั้งแรก นับเป็นบ่อเกิดของคู่มือพระไตรปิฎก คำสั่งสอนที่โหวตกันไว้ภายในครั้งปฐมสะสางแล้วก็ได้เชื่อถือกันสืบมา เรียกว่าทักษิณนิกาย หมายความว่าคำอบรมสั่งสอนที่วางไว้เป็นหลักการโดยพระเถระ คำว่าเถระ ในที่นี้ หมายคือพระเถระผู้สัมมนาทำสะสางทีแรก แล้วก็ศาสนาพุทธซึ่งทำตามหลักที่ได้สะสางทีแรกดังกล่าวมาแล้วข้างต้น เรียกว่านิกายทักษิณนิกาย อันซึ่งก็คือ คณะสงฆ์กรุ๊ปที่ยึดคำกล่าวสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทั้งยังถ้อยคำ และก็เนื้อความที่ท่านสะสางไว้โดยเข้มงวด ตลอดจนรักษาแม้กระทั้งตัวภาษาเริ่มแรกเป็นภาษาบาลี ในกาลถัดมาถัดมาเมื่อมีปัญหาไม่ตรงกัน พระเถระคนแก่ก็สัมมนากำจัดข้อขัดข้องกัน มีการสะสางถัดมาอีกบ่อยมาก จนได้พระไตรปิฎกของข้างหินยานตามที่พวกเรารู้จักกันทุกๆวันนี้ ซึ่งถือกันทั่วๆไปว่าเป็นคำกล่าวสอนโดยตรงของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่ถือว่าใกล้เคียงที่สุด อย่างไรก็ดี การสะสางแต่ละครั้งชี้ให้เห็นถึงความไม่เหมือนทางความนึกคิดในกลุ่มพระสงฆ์ จนกระทั่งนำมาซึ่งการก่อให้เกิดการแยกข้างที่มีความคิดเห็นไม่ตรงกันในส่วนหลักธรรมแล้วก็ข้อความประพฤติปฏิบัติ พูดกันว่า สาเหตุของการแยกนิกายในศาสนาพุทธมาจากในคราวใกล้เสด็จดับขันธตาย พระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้พูดกับพระอานนท์ว่า ดูก่อนอานนท์ โดยกาลล่วงไปที่พวกเรา พระสงฆ์มุ่งหวังอยู่ ก็ควรถอนสิกขาบทบางส่วนเสียบ้างได้ — มหาตายสูตร พระไตรปิฎก เล่มที่ ๑๐ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๒ ทีฆนิกาย มหาวรรค อ่านเพิ่มอีก พุทธดำรัสดังที่กล่าวผ่านมาแล้วไม่แน่ชัดพอเพียง กระตุ้นให้เกิดมีปัญหาสำหรับเพื่อการแปลความว่า สิกขาบทไหนเรียกว่าน้อย ส่งผลให้ภิกษุบางรูปไม่เห็นพ้อง และไม่สารภาพสะสางมาตั้งแต่ทีแรก และก็เหตุแบบนี้เกิดขึ้นกับการสะสางครั้งหน้าๆอีกหลายที ส่งผลให้มีกรุ๊ปที่แยกตัวทำสะสางต่างหาก เป็นการแตกแยกขัดแย้งทางลัทธิรวมทั้งนิกาย แม้กระนั้นก็ไม่ได้ถือเป็นการแยกศาสนาแต่อย่างใด พระกษิตำหนิครรภพระพุทธเจ้า พระพุทธเจ้าด้านประณิธาน ภายหลังจากพระพุทธเจ้าตายได้ ๑๐๐ ปี อันเป็นตอนที่มีการสะสางครั้งที่ ๒ ได้มีคณะสงฆ์กรุ๊ปหนึ่งเรียกว่ามหาสังฆิกะ ซึ่งมีมากไม่น้อยเลยทีเดียว ได้แยกตนออกไปต่างหากจากกรุ๊ปลัทธิเถรวาทเดิม การแยกตัวของมหาสังฆิกะนี้มีมูลเหตุจากข้อคิดเห็นที่ผิดแผกแตกต่างเรื่องกฎเกณฑ์ของภิกษุ จากนั้นมหาสังฆิกะได้แยกกรุ๊ปนิกายย่อยออกไปอีก ๑๘ นิกาย เนื่องด้วยมีทรรศนะ อุดมคติ การแปลความหมายหลักธรรม และก็การปฏิบัติปฏิบัติที่ไม่เหมือนกัน จากนั้นภิกษุบางรูปในนิกายอีกทั้ง ๑๘ นี้ ได้แยกตนออกมาตั้งภาควิชาใหม่โดยถือปรัชญาและก็หลักจริยวัตรของตนเอง จนกระทั่งในราวพุทธศักราชที่ ๕ ก็เลยได้กำเนิดกรุ๊ปคณะสงฆ์และก็ฆราวาสที่เรียกตัวเองว่าอาจริยวาท ขึ้น แม้ว่าจะมีที่มาไม่กระจ่าง แม้กระนั้นคาดการณ์ได้ว่าปรับปรุงจากนิกายมหาสังฆิกะ ผสมกับปรัชญาของนิกายศาสนาพุทธอื่นทั้งยัง ๑๘ นิกาย และก็นิกายทักษิณนิกายด้วย เกิดเป็นลัทธิอาจริยวาท ถึงแม้ไม่บางทีอาจกำหนดให้แจ้งชัดลงไปได้ว่า ศาสนาพุทธนิกายอาจริยวาทเริ่มเกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อใด แม้กระนั้นที่กระจ่างแจ้งเป็นพระผู้เป็นเจ้ากนิษกะมหาราช กษัตริย์องค์ที่ ๗ ที่วงศ์สกุลกุษาณะ (ศตวรรษที่ ๑ ที่คริสต์ศักราช) ทรงเป็นเอกอัครศาสนูปถัมภกท่านแรกของนิกายอาจริยวาท ได้ทรงปลูกฝังพุทธศาสนาอาจริยวาทอย่างมุ่งมั่นในอาณาจักรของท่าน รวมทั้งทรงส่งธรรมนักการทูตออกเผยแพร่ยังนานาประเทศ เปรียบเสมือนพระผู้เป็นเจ้าโศกมหาราชของข้างลัทธิเถรวาท วิสุทธิภูเขาไม่หรือพุทธเกษตร อาจริยวาทลงความเห็นว่า “พระสัมมาสัมพุทธเจ้าแล้วก็พระพุทธเจ้า มีเป็นจำนวนมากมายดุจเม็ดทรายในแม่น้ำคงคาแม่น้ำ” แล้วก็ในจักรวาลอันเวิ้งว้างนี้ ก็มีโลกธาตุที่มีพระสัมมาสัมพุทธเจ้ามาเกิดแสดงพระสัทธรรมเทศน์อยู่ทั่วๆไปนับราวไม่ได้ ทั้งยังในอดีตกาล เดี๋ยวนี้ และก็อนาคต หากแม้ในโลกธาตุนี้พระพุทธเจ้าจะดับขันธตายไปแล้ว แต่ว่าในช่วงเวลานี้ในโลกธาตุอื่นก็มีพระสัมมาสัมพุทธเจ้าองค์อื่นๆทรงดำรงพระชนมายุอยู่ แล้วก็กำลังอบรมสั่งสอนสรรพสัตว์ โลกธาตุที่มีพระสัมมาสัมพุทธเจ้ามาเกิดนั้น บางครั้งเรียกว่าพุทธเกษตร บางพุทธเกษตรบริสุทธิ์บริบูรณ์ด้วยทิพยสภาวะน่าอภิรมย์ พุทธเกษตรนั้นไม่ใช่นิพพาน เกิดขึ้นด้วยอำนาจประณิธานของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เป็นสถานที่สรรพสัตว์ในโลกธาตุอื่นๆควรจะมุ่งไป “กำเนิด” พระสมันตเจริญพระโพธิสัตว์ พระพุทธเจ้าด้านขอความกรุณา พุทธเกษตรสำคัญที่มีชื่อเสียงกันกว้างใหญ่ในกลุ่มชาวพุทธเป็นแดนสุขาวดีพุทธเกษตร ของพระอมิตาภพุทธะ อยู่ทางทิศตะวันตกที่โลกธาตุนี้ พุทธเกษตรของพระไภษัชยลุกรุไวฑูรยประภา อยู่ทางทิศตะวันออก เป็นพุทธเกษตรซึ่งมีรัศมีรุ่งเรืองด้วยมณีแก้วสีไม้ไผ่ พุทธเกษตรของพระอักโษภยะ แห่งหนึ่ง และก็บริเวณเกษตรของพระเมตตรียพระโพธิสัตว์ ในดุสิตสรวงสวรรค์อีกแห่งหนึ่ง พุทธเกษตรทั้งยัง ๔ นี้ ปรากฏว่าแดนสุขาวดีพุทธเกษตร ของพระอมิตาภะ เป็นที่เชื่อถือของชาวพุทธข้างอาจริยวาทสูงที่สุด ถึงกับสามารถตั้งเป็นนิกายโดยเอกเทศต่างหาก วิสุทธิภูเขาไม่นับเป็นช่องทางหนึ่งที่จะยังสรรพสัตว์ให้หลุดพ้นจากสงสารวัฏ ด้วยแนวทางตั้งจิตประณิธานพึ่งอำนาจพุทธบารมีที่พระพุทธเจ้า เพื่อไปเกิดยังดินแดนพุทธเกษตรพวกนั้น ถ้าหากสรรพสัตว์มีเลื่อมใสเชื่อถือในพุทธบารมีย่อมสามารถไปเกิดในพุทธเกษตร เมื่อได้สดับธรรมะต่อเบื้องหน้าของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าในดินแดนนั้นแล้ว ย่อมบรรลุนิรวาณอันสงบ อาจริยวาทชี้แจงว่าวิธีการหลุดพ้นจากสงสารวัฏเป็นไปได้ ๒ กรณี เป็นพึ่งอำนาจตัวเอง รวมทั้งพึ่งอำนาจคนอื่นๆ (เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า และก็พระพุทธเจ้า ) การมุ่งบ่มนิสัยกิเลสด้วยตัวเองบางทีอาจเป็นได้ยากสำหรับมนุษย์สามัญ โดยเฉพาะในสมัยเสื่อมของพระสัทธรรม ด้วยเหตุนั้น แนวทางที่ยอดเยี่ยมที่สุดจะนำสรรพสัตว์ถ้วนหน้าไปสู่การเป็นอิสระก็คือการพึ่งอำนาจบารมีพระพุทธเจ้า รับสรรพสัตว์พวกนั้นไปสู่วิสุทธิภูเขาไม่เพื่อเจริญภาวนาและก็รู้แจ้งในดินแดนนั้น อันอำนวยต่อการหลุดพ้นมากยิ่งกว่าโลกนี้ อย่างน้อยที่สุดในพุทธเกษตรพวกนั้นก็จะปราศจากความทุกข์อะไรก็ตามทุกๆคนที่มีจิตตั้งใจอธิษฐานอุทิศขอไปกำเนิดยังพุทธเกษตรก็ย่อมได้เกิดในพุทธเกษตรทั้งหมดทั้งปวง พระอมิตาภพุทธะ และก็พุทธเกษตรในคติอาจริยวาท ดังนี้ก็ด้วยประณิธานที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้ารวมทั้งพระพุทธเจ้าในพุทธเกษตรพวกนั้นนั่นเอง คนที่เกิดในพุทธเกษตรย่อมขึ้นชื่อว่าเป็นผู้ไม่เวียนลงต่ำ ย่อมไม่กำเนิดในโลกมนุษย์ตลอดจนภูเขาไม่ที่ต่ำลงมาอีกแล้ว มุ่งตรงต่อพระนิรวาณอย่างแน่แท้ วิธีการนี้ก็เลยมีคำบอกเล่าว่า”อาจริยวาทสำหรับมหาชน ” กล่าวอีกนัยหนึ่ง สามารถรื้อถอนขนสรรพสัตว์ไปสู่การเป็นอิสระได้โดยเท่าเทียมนั่นเอง แม้กระนั้น ในกลุ่มคณะครูของนิกายอาจริยวาทก็ยังมีความคิดเห็นแตกต่างออกไปในหัวข้อนี้ ดังเช่น นิกายแดนสุขาวดี จัดว่าพระอมิตาภะ มีอยู่จริงแล้วก็แดนสุขาวดีอยู่ทางทิศตะวันตกของโลกนี้อย่างแน่แท้ เวลาที่คณะอาจารย์บางคนชี้แจงว่าพระอมิตาภะโดยความเป็นจริงแล้วหลังจากนั้นก็เป็นพุทธภาวการณ์ที่บริสุทธิ์มีในสรรพสัตว์ รวมทั้งนับว่าวิสุทธิภูเขาไม่นั้นก็อยู่ข้างในจิตของพวกเราเอง ตามที่ท่านเว่ยหข้างล่าง ที่นิกายเซน บอกว่า คนหลง สวดมนตร์ภาวนาถึงพระอมิตาภะ ประสงค์ไปเกิดยังแดนสุขาวดี แม้กระนั้นบัณฑิต ควรจะจ่ายจิตของตัวเองให้สะอาด… รวมทั้งในกระจ่างกีความรักนิรเทศสูตรก็มีเนื้อความว่า เมื่อจิตบริสุทธิ์แล้ว พุทธเกษตรก็ย่อมบริสุทธิ์ ดังต่อไปนี้ ฯลฯ พระไภษัชยปะทุรุพระพุทธเจ้า รวมทั้งพุทธเกษตรในคติอาจริยวาท การบำเพ็ญบารมี (ทศขว้างรมิตา) โพธิสัตวยาน ค