ปกิณกพิธี

ปกิณกพิธีการ พิมพ์ อีเมล เนื้อหา เขียนโดย Pajjek หมวด: ศาสนพิธีการ เผยแพร่เมื่อ: ๐๗ ส.ค. ๒๕๖๐ อ่าน: 5956 ปกิณกพิธีการ เกี่ยวกับเรื่องเบ็ดเตล็ด เกี่ยวกับแนวทางปฏิบัติบางประการ สำหรับเพื่อการประกอบพิธีต่างๆในหมวดต้นๆเพิ่มอีก ๕ เรื่องเป็น๑. แนวทางแสดงความเคารพนับถือพระ ๒. แนวทางประเคนของพระ ๓. วิธีการทำหนังสือนิมนต์ และก็ทำใบปวารณามอบให้จตุปัจจัย ๔. แนวทางขอศีล – อาราธนาพระปริตร รวมทั้ง ๕. แนวทางกรวดน้ำ แนวทางแสดงความนับถือพระ พระที่เคารพนับถือในศาสนพิธีการนี้ มี ๒ อย่างหมายถึง๑. พุทธรูป คือ สิ่งที่ควรค่าแก่การเคารพบูชาที่เป็นเครื่องรำลึกถึงพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทุกๆสิ่งทุกๆอย่าง ดังเช่น พระเจดีย์. ๒. พระภิกษุสงฆ์ คือ พระสงฆ์ แล้วก็เณร ในศาสนาพุทธ ซึ่งทรงเพศสูงขึ้นมากยิ่งกว่าตน. การแสดงความยำเกรงพระดังกล่าวมาแล้วข้างต้นนี้ มี ๓ แนวทางหมายถึง๑. พนมมือ ในบาลีเรียกว่าทำการไหว้ เป็นตามติดฝ่ามือ ให้นิ้วแนบติดตรงกัน พยุงไว้ตรงระหว่างอก ปลายนิ้วเชิดขึ้นศอกแอบชิดชายโครง. ในเวลาสวดมนต์ไหว้พระ ฟังสวดมนตร์ ฟังเทศน์ฟังธรรม รับศีล รวมทั้งเวลาบอกกับพระคนแก่ ฯลฯ. ๒. ไหว้ ในบาลีเรียกว่านมัสการ เป็นยกมือพนม ก้มศีรษะลงนิดหน่อย นิ้วโป้งเขียนระหว่างขนคิ้ว นิ้วชี้เขียนส่วนบนหน้าผาก. ในเวลาพระนั่งเก้าอี้ หรือยืน เดินอยู่ในที่อันไม่สมควรกราบ. ๓. กราบ ในบาลีเรียกว่าอภิวาท เป็นกราบลงด้วยองค์ ๕ เรียกว่าเบญจางคประดิษฐ์ มีองค์ ๕หมายถึงหน้าผาก ๑ ฝ่ามือตลอดถึงศอก ๒ หัวเข่า ๒ เขียนพื้น. การไหว้ เพศชายนั่งท่าพระพรหมเป็นย่อเข่า อุ้งเท้าจนกระทั่งพื้นกับกัน เพศหญิงนั่งท่านนางฟ้าหมายถึงยอตัว ฝ่าตีนดูหมิ่นเหยียดหยามออกไปรองกัน. กราบในเวลาทำวัตร รวมทั้งเวลาแสดงนับถืออย่างมาก. แนวทางประเคนของพระ ส่วนประกอบของการประเคนของพระ มีดังนี้ การประเคนของพระเป็นการมอบให้ของให้ถึงมือพระ. แม้กระนั้นถ้าหากเพศหญิงประเคน จำต้องวางบนผ้าหรือภาชนะ ดังเช่น บาตร ฯลฯ ที่พระถืออยู่. ของที่ประเคน จำเป็นต้องไม่เป็นวัตถุอนามาส หรือของที่พระไม่สมควรจับ ดังเช่นว่า เงิน ทอง และไม่เป็นของที่หนักถึงกับต้องหามัธยม หากแม้ของกินทุกจำพวก ถ้าหากเลยเที่ยงตรงแล้ว ก็ไม่ต้องประเคน. ผู้ประเคน พึงจะใกล้พระราวๆ ๑ ศอก ไม่เกินศอกคืบ จะนั่งหรือยืน สุดแต่สถานที่. จับของสองมือ (อะไรบางอย่างจะต้องประสานมือเดียว ได้แก่ ช้อนตักของตักบาตร) เอาขึ้น ก้มมอบ เสร็จแล้วไหว้หรือกราบสุดแต่กรณี. มรรยาทของผู้ประเคน จำต้องแสดงออกด้วยความยำเกรง ไม่ใช่ขับไสให้ ทิ้งให้ โดยไม่นับถือ. ไม่สมควรดูดบุรี่ ปากคาบ หรือนิ้วคีบยาสูบขณะประเคน. ผู้ที่มืนเมา ก็ไม่สมควรเข้าประเคน. วิธีการทำหนังสือนิมนต์ และก็ทำใบปวารณามอบให้จตุปัจจัย การนิมนต์ หรือนิมนต์ (ก็คือ การเชิญ) พระ ไปประกอบพิธี จำเป็นต้องกำหนดปริมาณพระ เจาะจงงาน กำหนดสถานที่ เจาะจงวัน เดือน ปี พุทธศักราช เวลา เจาะจงการไป – กลับ. แบบอย่างดังนี้ ขอนิมนต์บุญคุณเจ้า (พร้อมทั้งพระสงฆ์รวมทั้งสิ้น……………….รูป) เจริญพระพุทธมนต์ในงานกุศลวันเกิดของ…………………………………………………… ที่บ้านเลขที่……………. กลุ่มที่………….. ตำบล………………………………….. อำเภอ…………………………………ในวันที่…………. เดือน………………………….. พุทธศักราช…………… เวลา…………………………. มีคนรับ – ส่ง. (หากไม่มี ก็พูดว่า ไม่มีคนรับ – ส่ง) ถ้าเกิดมีการเลี้ยงตอนเช้า หรือเพลด้วย หรืออยากได้บาตร – ปิ่นโตด้วย ก็บอกเอาไว้ในหนังสือนิมนต์. (ใบปวารณามอบให้จตุปัจจัย) ขอมอบจตุปัจจัยอันควรจะแก่สมที่บริโภค แก่บุญคุณณเจ้า เป็นค่า……………………………….บาท …………………………………..เงิน แม้บุญคุณณเจ้าต้องการสิ่งใดอันควรจะแก่สมที่บริโภคแล้ว ขอขอความปรานีเรียกร้องจากกัปปิยการกผู้ปฏิบัติของบุญคุณเจ้า เถิด. หมายเหตุ ใบปวารณานี้มอบรวมกับเครื่องไทยธรรมในงานมงคล ถ้าหากงานอวมงคล มีผ้าทอดบังสุกุล ก็กลัดใกล้กับผ้าที่ทอด ส่วนเงินค่าจตุปัจจัยมอบให้ไปกับลูกศิษย์พระ อย่ารวมในซองปวารณา แนวทางขอศีล – อาราธนาพระปริตร นิยามความหมาย นิมนต์ แสดงว่า กระบวนการทำให้ยินดี, ทำให้ยินดี, ทำให้หายโกรธ, ทำให้ถูกใจ, ทำให้เสร็จ นิมนต์ในคำวัด ใช้ในความหมายว่า เชิญชวน, เชิญ, ขอความช่วยเหลือ, ขอภิกษุเณรให้ยินดีพึงพอใจทำในบางสิ่ง หรือขอร้องให้ทำสิ่งใดให้เสร็จ ดังต่อไปนี้ ขอศีลเป็นวิงวอนให้พระให้ศีลให้พร อาราธนาพระปริตรเป็นขอให้พระสวดมนต์ไหว้พระ อาราธนาธรรมเป็นวิงวอนให้พระแสดงธรรม นิมนต์ไปทำบุญทำกุศลบ้านหมายถึงนิมนต์พระไปประกอบพิธีที่บ้าน แนวทางนิมนต์ นิยมกันว่า หากพระภิกษุนั่งบนอาสน์ยกสูงผู้จัดงานและก็แขกนั่งเก้าอี้ ผู้นิมนต์เข้าไปยืนระหว่างเจ้าของงานกับแถวสงฆ์ตรงกับรูปที่ ๓ หรือที่ ๔ ห่างแถวพระ พอควรหันไปทางโต๊ะแท่นบูชา พนมมือไหว้พระพระพุทธรูปก่อนแล้วยืนพนมมือตั้งตัวตรง กล่าวคำนิมนต์ตามแบบที่ปรารถนา ถ้าเกิดสงฆ์นั่งอาสน์ต่ำปกติ ผู้จัดงานแล้วก็แขกอื่น ก็นั่งกับพื้น ผู้นิมนต์จำต้องเข้าไปคุกเข่าเฉพาะหน้าแถวพระตรงหัวหน้า ไหว้พระที่โต๊ะหมู่ ๓ ครั้งที่แล้ว แล้วพนมมือตั้งตัวตรง กล่าวคำนิมนต์ที่อยากตามแบบเป็นพิธีการสวดมนต์ไหว้พระเย็น ขอศีล อาราธนาพระปริตร พิธีการเลี้ยงพระ ขอศีล พิธีการมอบให้ทานทุกๆสิ่งทุกๆอย่าง ขอศีล พิธีการแสดงธรรม ถ้าหากเทศนาต่อจากสวดมนต์ไหว้พระ ตอนสวดมนต์ไหว้พระไม่ต้องขอศีล เริ่มด้วย อาราธนาพระปริตร แล้วขอศีล ตอนพระขึ้นแสดงธรรม รับศีลแล้วอาราธนาธรรมต่อ แต่ว่าถ้าเกิด สวดมนต์ไหว้พระกับแสดงธรรมมิได้ต่อเนื่องกัน ถือได้ว่าคนละพิธีการ ตอนสวดมนต์ไหว้พระก็นิมนต์ ตามแบบ พิธีการสวดมนต์ไหว้พระเย็นที่กล่าวแล้ว ตอนเทศนาก็เริ่ม ด้วยขอศีลก่อน จบรับศีลแล้วจึงนิมนต์ ธรรม พิธีการสวดอภิธรรมศพต่างๆดังเช่น สวดมนตร์แจง สวดบำเพ็ญกุศล ฯลฯ หากไม่มีพิธีการอื่นนำ หน้าให้ ขอศีลก่อน หากมีพิธีการอื่นนำหน้าแล้วไม่ต้องขอศีล คำขอศีล ๕ ในพิธีกรรม (ถ้าเกิดผู้เดียวเปลี่ยนแปลงจากคำว่า “มะยัง” เป็น “อะหัง” แล้วก็ “ยาจามะ” เป็น “ยาจามิ”) มะยัง ภันเต วิสุง วิสุง รักขะณัติเตียนโผลงยะ ตำหนิสะระเณนะ สะหะ ปัญจะ สีลานิ ยาจามะ ทุติเตียนยัมปิ มะยัง ภันเต วิสุง วิสุง รักขะณัว่ากล่าวยาถะ ติเตียนสะระเณนะ สะหะ ปัญจะ สีลานิ ยาจามะ ตะตำหนิยัมปิ มะยัง ภันเต วิสุง วิสุง รักขะณัตำหนิยาถะ ติเตียนสะระเณนะ สะหะ ปัญจะ สีลานิ ยาจามะ คำแปล เราแม้กระนั้นท่านผู้เจริญ ข้าพระพุทธเจ้าทั้งหลายแหล่ ขอสมาทานศีล 5 และไตรสรณาคมน์ เพื่อผลดีที่การดูแลรักษา เป็นข้อๆ(ถึงแม้ครั้งลำดับที่สอง ถึงแม้ครั้งลำดับที่สาม) คำอาราธนาพระปริตร วิปัตว่ากล่าวปะฏิพาหายะ สัพพะสัมปัตตำหนิสิทธิยา สัพพะทุกขะวินาสายะ ปริตตัง พรูถะ มังค่ะลัง วิปัตติเตียนปะฏิพาหายะ สัพพะสัมปัตติเตียนสิทธิยา สัพพะภะยะวินาสายะ ปริตตัง พรูถะ มังค่ะลัง วิปัตว่ากล่าวปะฏิพาหายะ สัพพะสัมปัตตำหนิสิทธิยา สัพพะโรคะวินาสายะ ปริตตัง พรูถะ มังขาลัง คำแปล ขอพระพระสงฆ์ทั้งหลายแหล่ ต้องสวดมนตร์พระปริตอันเป็นมงคลเพื่อปกป้องความบรรลัย เพื่อการบรรลุเป้าหมายในทรัพย์สมบัติทั้งหมด และก็เพื่อทุกข์ทั้งมวลฉิบหายไป เพื่อภัยทั้งหมดบรรลัยไป เพื่อโรคทั้งผองวิบัติไป คำอาราธนาธรรม พรัสุนัข จะ โลกธิปะตี สะหัมปะติเตียน, กัตอัญชะลี อันธิวะรัง อะยาจะถะ, สันตีธะ สัตตาปปะระชักขะชาติกา, เทเสตุๆ ธัมมัง อะนุกัมปิมัง ปะชิงชังฯ คำแปล ท้าวสหัมบดี ที่โลก ได้ประคับประคองการไหว้ทูลขอร้องพระสัมมาสัมพุทธเจ้าผู้ยอดเยี่ยมว่า สัตว์ผู้มีผง ในดวงตาน้อย มีอยู่ในโลกนี้ ขอพระคุณเจ้าโปรดแสดงธรรม สงเคราะห์ด้วยเถอะ ๕. แนวทางกรวดน้ำ เมื่อจะกรวดน้ำเพื่ออุทิศส่วนบุญ จะต้องคิดถึงขนบธรรมเนียมที่มีมาแต่ว่าสมัยก่อนด้วยแนวทางที่นิยมทำกันดังต่อไปนี้เป็นเริ่มจัดเตรียมน้ำที่สะอาดใส่ภาชนะไว้พอควร จะเป็นคณฑี ขวดเล็ก ถ้วยน้ำ หรือขัน อย่างใดอย่างหนึ่งก็ได้ พอเพียงภิกษุเริ่มอนุโมทนาด้วยบท ยโผลง… ก็เริ่มกรวดน้ำโดยเจตนา คิดอุทิศส่วนบุญ มือขวาจับภาชนะน้ำริน ใช้มือซ้ายพยุง แล้วว่าบทกรวดน้ำในใจไปจนกระทั่งจบ การหลั่งน้ำก้อนกรวด ถ้าหากเป็นหลักดินควรจะหลั่งลงในที่สะอาดสะอ้าน หากอยู่บนเรือนหรือสถานที่ ที่ไม่ใช่พื้นดิน ต้องหาภาชนะอื่นที่ควร อาทิเช่น ถาดหรือขัน ฯลฯ รองน้ำก้อนกรวดไว้เสร็จแล้วจากนั้นจึงค่อยนำไปเทลงดินตรงที่สะอาด อย่าใช้กระโถนหรือภาชนะเปรอะเปื้อนรองเด็ดขาด เนื่องจากน้ำที่ก้อนกรวดเป็นพยานสำหรับการทำบุญสุนทานของตัวเองว่าทำด้วยความเต็มใจสะอาดจริงๆคำกรวดน้ำที่นิยมว่ากันในเวลาก้อนกรวดปกติ มีอยู่ ๓ แบบ เป็นแบบสั้น แบบย่อ และก็แบบยาว ว่าเฉพาะคำบาลีเพียงแค่นั้น ดังต่อไปนี้ คำกรวดน้ำแบบสั้น (คำอุทิศของพระผู้เป็นเจ้าพิมพิสาร) อิทํ เม ญาตีนํ โหตุๆ (ว่า ๓ จบ) ถ้าจะเดิมพุทธภาษิตว่ากล่าวสุขิตา โหนฺเหม็นตุ ญาตโย ก็ได้ คำแปล ขอบุญนี้ควรเสร็จแก่เครือญาติทั้งหลายแหล่ของข้าพระพุทธเจ้าเหอะ (พุทธภาษิต) ขอพี่น้องทั้งหลายแหล่ควรมีความสุขๆเหอะ คำกรวดน้ำแบบย่อ (คาถาอาคมว่ากล่าวโลกวิชัย) ยงฺกิญฺจิ กุสลํ กมฺมํ กตฺตพฺพํ กิริยํ มม กาเยน คำพูดมนสา ติเตียนทเส สุคตํ กตํ เย สตฺตา สญฺญิโน อตฺถิ เย จ สตฺตา อสญฺิโน กตํ ปุญฺผลํ มยฺหํ สพฺเพ พวก ภวนฺเหม็นตุ เต เย ตํ กตํ สุผู้รู้ํ ทินฺนํ ปุญฺผลํ มยา เย จ ตตฺถ น ระเบียงนฺว่ากล่าว เทวดา คนฺตฺวา นิเวทยุยงํ สพฺเพ โลกมฺหิ เย สตฺตา ชีวนฺตาหารเหตุกา มนูญฺญํ โภชนํ สพฺเพ ลภนฺตุๆ มม เจตสา. คำแปล กุศลผลบุญซึ่งเป็นคำกริยาควรจะทำอันหนึ่งด้วยกายคำพูดดวงใจ อันจะเป็นเหตุนำไปให้กำเนิดในสรวงสวรรค์ชั้นตรีทศเทวดา ผมได้ทำแล้ว ขอสัตว์ซึ่งมีข้อตกลง และไม่มีคำสัญญาทุกกลุ่มเหล่า ควรเป็นผู้มีส่วนได้รับผลบุญที่ผมทำแล้วนั้น เหล่าสัตว์ที่ทราบผลบุญอันที่ผมทำแล้ว ขอควรเป็นผู้มีส่วนได้รับผลบุญที่ข้าพระพุทธเจ้าอุทิศให้ ในบรรดาสรรพสัตว์ประเภทใด ไม่ทราบข่าวสารถึงบุญข้าพระพุทธเจ้าทำแล้ว ขอเทวดาทั้งหลายแหล่ต้องนำไปบอกแก่สัตว์ประเภทนั้น ขอสัตว์ทุกกลุ่ม ในเหล่าสัตว์ ซึ่งเสพของกินเป็นเครื่องดำรงชีวิต ต้องได้กินซึ่งโภชนะอันถูกใจ ด้วยอำนาจเจตนา อุทิศของกระผมนี้เหอะ ฯ คำกรวดน้ำแบบยาว (มนต์ของโบราณ) อิไม่ท้องนา ปุญฺญกมฺเมน อุปชฺฌายา คุณุตฺยี่ห้อ บางทีอาจริยูปการา จ มาตา ปิตา จ ญาตกา (ปิยา มมํ) สุริโย จนกระทั่งฺทิมา ราชา คุณวนฺตา นราปิ จ พฺรหฺมมารา จ อินฺทา จ โลกขว้างลา จ เทวตา ยโม ไม่ตฺตา มนูสฺสา จ มชฺฌตฺตา เวริกาปิ จ สพฺเพ สตฺตา สุขี โหนฺตุๆ ปุญฺญานิ ปกตานิ เม สุขญฺจ ติวิธํ เทนฺตุๆ ขิปฺปํ ขว้างเปถ โอ้อวด มตํ อิไม่ทุ่งนา ปุญฺญกมฺเมน อิไม่ที่นา อุทฺทิเสน จ ขิปฺขว้างหํ สุลเภ เจว ตณฺหุปาชตุนเขทนํ เย สนฺตาเน หินา ธมฺมา ยาว นิพฺพานโต มมํ นสฺสนฺเหม็นตุ สพฺพทาเยว ยตฺถ ชาโต ภเว ภเว อุชุจิตฺตํ สติปญฺญา สลฺเลโข วิริยมฺหินา มารา ลภนฺเหม็นตุ โนกาสํ กาเหม็นตุญฺจ วิริเยสุ เม พุทฺธาธิปวโร ท้องนาโถ ธมฺโม ท้องนาโถ วรุตฺตโม ท้องนาโถ ปจฺเจกพุทฺโธ จ สงฺโฆ ที่นาโถตฺตโร มมํ เตโสตฺตมานุภาเวน มาโรกาสํ ลภนฺตุๆ มา. (เสริมเติม) ทะสะปุญญานุภาเวนะ มาโรกาสัง ละภันเหม็นตุ มา คำแปล ด้วยผลบุญที่ผมทำนี้ ขอพระอุปัชฌาย์ผู้มีบุญคุณอันยิ่งใหญ่กว้างใหญ่ ทั้ง คุณครูผู้ได้อบรมข้าพระพุทธเจ้ามา อีกทั้งแม่พ่อแล้วก็คณาเครือญาติทั้งมวล ตลอดจน ดวงตะวันดวงจันทร์ แล้วก็พระราชาผู้เป็นใหญ่ในเอกเทศที่พื้นแผ่นดิน แล้วก็นรชนผู้มีคุณความดี ทั้งหลายแหล่ ทุกภูมิลำเนา อีกพระพรหมธาดากับกลุ่มมาร และก็ท้าวมัฆวาเทวราช อีกทั้งเทวดาผู้ฉกาจฉกรรจ์รักษา โลกอีกทั้ง สี่ด้าน และก็พญายามราชอีกมวล เพื่อนฝูง ทั้งยังผู้ขวนขวายวางตัวเป็นกลาง รวมทั้งผู้เป็นศัตรู ของกระผมทุกๆเหล่า ต้องมีความเกษมสุขนิราศภัย ขอบุญที่ข้าพระพุทธเจ้าทำไว้ด้วยตรีทวาร ควรบันดลให้เสร็จสามพิธสุข ถึงความเกษมไม่มีทุกข์หมายถึงพระอมโคลนตมหานิพพานโดยทันที อีกไม่มีคู่หนึ่งนั้น ด้วยโชควาสนานี้และก็อุทิศเจตนานี้ ขอให้กระผมบรรลุโดยทันทีซึ่งการตัดขาด กิเลสอุปาทาน ธรรมอันเลวทรามในอุปนิสัยต้องหายนะไปหมด จนตราบเท่าถึงนิพพาน สิ้นกาลตลอดเวลา เทียว หากว่าผมยังจะท่องเที่ยวไปกำเนิดในโลกอะไรก็แล้วแต่ก็ขอให้มีจิตซื่อสัตย์สุจริต ดำรงเชาวน์ไว ฉลาด ให้มีความเพียรพยายามกล้าสามารถบ่มนิสัยกิเลสให้หาย ขอกลุ่มมารผู้ร้ายอย่าได้ รุกรานได้โอกาส เพื่อทำให้ผมฉิบหายคลายความ อุตสาหะได้ อนึ่งไสร้ พระสัมมาสัมพุทธเจ้าผู้เป็น ที่พึ่งพิงอันยิ่งอย่างเลิศ พระธรรมเป็นที่พึ่งพิงอัน เลิศล้ำยิ่งราวๆ พระเฉพาะผู้เดียวพระพุทธเป็นที่พึ่งพิง อันกว้างใหญ่ไพศาล รวมทั้งพระภิกษุเป็นที่พึ่งพิงอัน อุดมยิ่งราวๆของกระผมนี้ ด้วยอำนาจอันอุดมดีพิเศษ สูงสุดของพระรัตนตรัย ขออย่าให้กลุ่มมารได้ช่องทุกเวลาไป เถิด ฯ บุคคลไม่สมควรประมาทว่าบุญหรือบาปเพียงนิดหน่อยจะไม่ได้ผล หยดน้ำที่ไหลลงครั้งละหยดยังเป็นเหตุให้แม่น้ำเต็มได้ฉันใด ผู้สั่งสมบุญย่อมเปี่ยมล้นไปด้วยบุญ ผู้สั่งสมบาปย่อมมากแปล้ไปด้วยบาป ฉันนั้น ก่อนหน้า ถัดไป