ศาสนาพุทธในประเทศไทย

พุทธในประเทศไทย พิมพ์ อีเมล เนื้อหา เขียนโดย Pajjek หมวด: นิยามและก็ภูมิหลัง เผยแพร่เมื่อ: ๑๖ เดือนกันยายน ๒๕๖๐ อ่าน: 7847 องค์พระปฐมเจดีย์ (เดิมเรียกว่าพระธมเจดีย์ ) พระเจดีย์ใหญ่รูประฆังคว่ำ อยู่ข้างในวัดพระปฐมเจดีย์ราชวรมหาวิหาร จังหวัดนครปฐม พุทธเข้ามาสู่ดินแดนที่เป็นเมืองไทยในตอนนี้ เมื่อโดยประมาณ พุทธศักราช ๒๓๖ ยุคเดียวกันกับประเทศศรีลังกา ด้วยการส่งพระสมที่นักการทูตไปเผยแผ่ศาสนาพุทธในประเทศต่างๆ๙ สาย โดยการค้ำจุนของพระผู้เป็นเจ้าต้นโศกมหาราช กษัตริย์ประเทศอินเดีย ในช่วงเวลานั้นเมืองไทยรวมอยู่ในดินแดนที่เรียกว่าสุวรรณภูมิ ซึ่งมีขอบเขตกว้างใหญ่ มีประเทศรวมกันอยู่ในดินแดนส่วนนี้ทั้งยัง ๗ ประเทศในขณะนี้ ดังเช่น ไทย เมียนมาร์ ศรีลังกา ญวน เขมร ลาว มาเลเซีย ซึ่งคาดการณ์ว่ามีใจกึ่งกลางอยู่ที่จังหวัดนครปฐม ของไทย เหตุเพราะได้เจอของเก่าที่สำคัญ ตัวอย่างเช่นพระปฐมเจดีย์ รวมทั้งสิ่งที่เป็นรูปธรรมจักรกวางหมอบเป็นหลักฐานสำคัญ แต่ว่าเมียนมาร์ก็คาดคะเนว่ามีใจกึ่งกลางอยู่ที่เมืองสะเทิม ภาคใต้ของประเทศพม่า พุทธเข้ามาสู่สุวรรณภูมิในยุคนี้ นำโดยพระโสณะ รวมทั้งพระอุตตระ พระเถระแขก เดินทางมาเผยแผ่ศาสนาพุทธในแถบนี้ จนถึงเจริญก้าวหน้ามาตามลำดับ ตามช่วงดังนี้ ยุคทวารวดี พุทธที่เข้ามาในปัจจุบัน เป็นนิกายทักษิณนิกายเริ่มแรก โดยชาวพุทธมีความเชื่อเลื่อมใสบรรพชาเป็นพระภิกษุสงฆ์ไม่น้อยเลยทีเดียว รวมทั้งได้สร้างเจดีย์ไว้สักการบูชา เรียกว่าเจดีย์รูปฟองน้ำ เสมือนเจดีย์สาญจี ในประเทศประเทศอินเดียที่พระผู้เป็นเจ้าต้นโศกมหาราชทรงทำขึ้น โดยศิลป์ในยุคนี้ เรียกว่าศิลป์ทวารวดี ยุคอาณาจักรอ้ายลาว ยุคอาณาจักรอ้ายลาว ซึ่งเป็นอาณาจักรของบรรพบุรุษคนประเทศไทยที่อาศัยอยู่ลุ่มแม่น้ำแยงซีเกียง ซึ่งเดี๋ยวนี้อยู่ภายใต้การยึดครอบครองของคนจีนฮั่น พุทธในยุคนี้คาดว่าเป็นแบบอาจริยวาท ในยุคขุนหลวงม้าว กษัตริย์ที่ทรงครองบัลลังก์อยู่ในอาณาจักรอ้ายลาว ก่อนจะย้ายถิ่นเข้ามาสู่ดินแดนเมืองไทยในตอนนี้ ได้รับเอาพุทธนิกายอาจริยวาท โดยการนำของพระสมที่ราชทูตคนอินเดียมาเผยแผ่ ในคราวที่พระผู้เป็นเจ้ากนิษกะมหาราชทรงอุปการะการสะสางครั้งที่ ๔ ของข้างอาจริยวาทในเมืองชลันธร พระสมที่นักการทูตได้เข้ามาเผยแผ่ศาสนาพุทธในทวีปเอเชียกึ่งกลาง ทำให้หัวเมืองไทยทั้งยัง ๗๗ มีพลเมือง ๕๑,๘๙๐ ครอบครัว เปลี่ยนแปลงมานับถือศาสนาพุทธแบบอาจริยวาทแทนทักษิณนิกาย ยุคอาณาจักรศรีวิชัย (พุทธศักราชที่ ๑๓) อาณาจักรศรีวิชัยในเกาะเกะสุมาตรารุ่งโรจน์ในตอนพุทธศักราชที่ ๑๒-๑๓ กษัตริย์ศรีวิชัยมีพระราชเลื่อมใสในศาสนาพุทธอย่างมั่นคง ดังหลักฐานที่ปรากฏ ตัวอย่างเช่น เจดีย์พระบรมสารีริกธาตุไชยา เจดีย์โบโรพุทโธ รูปหล่อพระพุทธเจ้าอวโลกิเตศวร รวมทั้งหลักฐานทางโบราณคดีอื่นๆอีกจำนวนมากซึ่งเจอกระจัดกระจายอยู่ทั่วๆไปในดินแดนสุวรรณภูมิ ยุคจังหวัดลพบุรี (พุทธศักราชที่ ๑๕) พระปรางค์สามยอด โบราณสถานรวมทั้งสถานที่สำหรับท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์รวมทั้งโบราณคดีวิทยาที่สำคัญแห่งหนึ่งของจังหวัดลพบุรี ลักษณะเป็นพระราชวังเขมรในศิลป์บายน ส่วนประกอบเป็นหินแลงประดับประดาปูนปั้น ทำขึ้นในรัชสมัยพระผู้เป็นเจ้าชัยวรมันที่ ๗ ในยุคกษัตริย์เขมรวงศ์สกุลสุริยวรมันเรืองอำนาจนั้น ได้ขยายอาณาเขตขยายออกมาทั่วภาคอีสานรวมทั้งภาคกึ่งกลางของเมืองไทย ในราว พุทธศักราช ๑๕๔๐ รวมทั้งได้ตั้งราชเมืองเป็นที่อำนวยการดูแลเมืองต่างๆในดินแดนดังที่ได้กล่าวผ่านมาแล้วขึ้นหลายที่ ดังเช่นว่า เมืองจังหวัดลพบุรี ดูแลเมืองที่อยู่ในขอบเขตทวารวดี ส่วนด้านใต้ เมืองจังหวัดสุโขทัย ดูแลเมืองที่อยู่ในขอบเขตทวารวดี ส่วนข้างเหนือ เมืองศรีเทวดา ดูแลหัวเมืองที่อยู่ตามบริเวณลุ่มน้ำป่าสัก เมืองพิมาย ดูแลเมืองที่อยู่ในที่ราบสูงตอนข้างเหนือ เมืองต่างๆที่ตั้งขึ้นนี้ เมืองจังหวัดลพบุรี หรือ ละโว้ นับว่าเป็นเมืองสำคัญที่สุด กษัตริย์เขมรวงศ์สกุลสุริยวรมัน ทรงเชื่อถือศาสนาพุทธข้างอาจริยวาท ซึ่งมีความสัมพันธ์เชื่อมต่อมาจากอาณาจักรศรีวิชัย แต่ว่าข้างอาจริยวาทในสมัยปัจจุบันนี้ผสมกับพราหมณ์มากมาย พลเมืองในขอบเขตต่างๆดังที่กล่าวผ่านมาแล้ว ก็เลยได้รับศาสนาพุทธทั้งยังแบบหินยานที่สืบมาตอนแรก กับแบบอาจริยวาทแล้วก็พราหมณ์ที่เข้ามาใหม่ด้วย ทำให้มีผู้เชื่อถือศาสนาพุทธอีกทั้ง ๒ แบบ และก็มีภิกษุทั้งสองฝ่ายเป็นข้างทักษิณนิกาย และก็ข้างอาจริยวาท สำหรับศาสนสถานที่เป็นที่ผู้เห็นเหตุการณ์ให้ได้เรียนรู้ถึงที่มาที่ไปที่ศาสนาพุทธในประเทศไทยคราวนั้น เช่นพระปรางค์สามยอดที่จังหวัดลพบุรี พระราชวังหินพิมาย ที่จังหวัดนครราชสีมา และก็พระราชวังหินเขาพนมรุ้งกินน้ำที่จังหวัดบุรีรัมย์ ฯลฯ ส่วนพุทธรูปที่สร้างในยุคนั้นนับว่าเป็นศิลป์อยู่ในกรุ๊ป ศิลปยุคจังหวัดลพบุรี ยุคลัทธิเถรวาทแบบประเทศพม่า สมุทรเจดีย์ที่เมืองพูกาม (อังกฤษ: Bagan) ดินแดนที่เจดีย์สี่พันองค์ เคยเป็นที่ตั้งอาณาจักรโบราณพม่า (พุทธศักราช ๑๕๘๗ – พุทธศักราช ๑๘๓๐) หลักฐานความเจริญของพุทธทักษิณนิกายลัทธิลังกาวงศ์ ที่ดินแดนเมียนมาร์ในสมัยก่อน ในยุคที่พระผู้เป็นเจ้าอนุรุทธิ์มหาราช กษัตริย์พม่าเรืองอำนาจ ทรงเก็บรวบรวมเอาประเทศพม่ากับมอญเข้ามาเป็นอาณาจักรเดียวกัน แล้วแผ่อาณาบริเวณเข้ามาถึงอาณาจักรล้านนา อาณาจักรล้านช้าง ละโว้ แล้วก็ทวารวดี พระผู้เป็นเจ้าอนุรุทธทรงเชื่อถือศาสนาพุทธข้างหินยาน ทรงผลักดันบำรุงศาสนาพุทธอย่างเอาจริงเอาจัง ส่วนชาติไท ภายหลังอาณาจักรอ้ายลาวถูกจีนทำลายกระทั่งเสียหาย ก็ได้มาตั้งอาณาจักรน่านเจ้า ถึงราวๆ พุทธศักราช ๑๒๙๙ ขุนท้าวกวาลูกชายขุนบรมที่อาณาจักรน่านเจ้า ได้แต่งตั้งดินแดนโยนกเชียงแสนขึ้น ถัดมาอาณาจักรน่านเจ้าได้ถูกจีนแทรกซึมเข้าทำลายจนกระทั่งย่อยยับอีกที ซึ่งในครั้งนี้ผู้ดูแลของจีนได้ใช้แนวทางแบ่งชาวไทออกเป็นกรุ๊ปเล็กกรุ๊ปน้อยแล้วส่งเสริมออกไปคนละทิศคนละทาง และก็นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาชาวไทก็ได้แตกสานกระจัดกระจายกระทั่งรวมกันไม่ติดอยู่จนกระทั่งวันนี้เป็นด้านตะวันตกได้ถูกจีนสนับสนุนกระทั่งแตกแตกซ่านเซ็นไปถึงอัสสัม (อยู่ทางภาคทิศตะวันออกของประเทศอินเดียในตอนนี้) ส่วนทางทิศตะวันออกก็ขจัดขจายไปถึงกวางสี หูหนาน เกาะไหหลำ รวมทั้งภาคเหนือของประเทศเวียดนามในขณะนี้ ส่วนตอนใต้นั้นก็ได้แก่ประชาชนในประเทศต่างๆทางทวีปเอเชียทิศตะวันออกเฉียงใต้ตอนนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศลาวแล้วก็ไทย เมื่อกษัตริย์เขมร (เขมร) เรืองอำนาจ ชาวไทยที่อยู่ในเขตอำนาจของเขมร ก็ได้รับอีกทั้งศาสนาและก็วัฒนธรรมของเขมรไว้ด้วย ส่วนทางล้านนาก็ได้รับอิทธิพลจากประเทศพม่าเช่นกันหมายถึงเมื่ออาณาจักรประเทศพม่าของกษัตริย์เมียนมาร์เข้ามาครองดินแดนแถบนี้ ดังมีความเห็นว่ามีสถานที่ควรค่าแก่การเคารพบูชาแบบเมียนมาร์หลายที่ แล้วก็เจดีย์ที่มีฉัตรอยู่บนยอด รวมทั้งฉัตรที่ ๔ มุมของเจดีย์ ก็ได้รับอิทธิพลมาจากศิลป์พม่าแบบเมียนมาร์ ยุคกรุงจังหวัดสุโขทัย พระพุทธเคยชินราช สร้างในยุคพระมหาธรรมราชาที่ ๑ ได้รับการชื่นชมว่ามีความสวยสดงดงามเยี่ยม ปัจจุบันนี้ตั้งอยู่ในวิหารทางด้านตะวันตกในวัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร จังหวัดพิษณุโลก ภายหลังอาณาจักรประเทศพม่าและก็เขมรเสื่อมอำนาจลง คนประเทศไทยก็เลยได้ตั้งตัวมีอิสรภาพ ได้ตั้งอาณาจักรขึ้นเอง ๒ อาณาจักร เป็นต้นว่า อาณาจักรล้านนาทางภาคเหนือของไทย ซึ่งมีศูนย์กลางอยู่ที่จังหวัดเชียงใหม่แล้วก็อาณาจักรจังหวัดสุโขทัยซึ่งมีศูนย์กลางอยู่ที่จังหวัดสุโขทัยในขณะนี้ เมื่อบิดาขุนรามคำแหงมหาราชเสด็จขึ้นครองราชย์ ทรงสดับเสียงสรรเสริญของสงฆ์ลังกา ก็เลยทรงนิมนต์พระมหาเถระสังฆราช ซึ่งเป็นพระเถระชาวลังกาที่มาเผยแผ่อยู่ที่นครศรีธรรมราช มาเผยแผ่ศาสนาพุทธในกรุงจังหวัดสุโขทัย ศาสนาพุทธแบบลังกาวงศ์ได้เข้ามาเผยแผ่ในประเทศไทย ถึง ๒ ครั้งหมายถึงครั้งที่ ๑ ในยุคบิดาขุนรามคำแหงมหาราช แล้วก็ครั้งที่ ๒ ในยุคพระยาลิไท พุทธรุ่งเรืองมากมาย ศิลป์ยุคจังหวัดสุโขทัยได้รับการเล่าขานว่างดงามมากมาย โดยยิ่งไปกว่านั้นพุทธรูปยุคจังหวัดสุโขทัย มีลักษณะสวยงาม ไม่มีศิลป์ยุคใดเสมือน ยุคล้านนา ปี พุทธศักราช ๑๘๓๙ พญามังราย ทรงสร้างราชเมืองขึ้น ชื่อว่า “นพบุรีศรีนครอิงค์จังหวัดเชียงใหม่” ได้ตั้งภูมิลำเนาในบริเวณลุ่มน้ำปิง ได้สร้างเมือง สร้างวัง และก็วัดขึ้น ทรงบำรุงศาสนาพุทธ ได้สร้างวัดต่างๆมากไม่น้อยเลยทีเดียว ทั้งๆที่เป็นข้างค้างมวาสี แล้วก็ป่าญวาสี จนถึงศาสนาพุทธก้าวหน้า เมืองต่างๆในอาณาจักรล้านนา อาทิเช่น จังหวัดเชียงราย จังหวัดลำพูน จังหวัดลำปาง แพร่ น่าน และก็จังหวัดพะเยา ต่างก็มีความเจริญก้าวหน้า โดยเฉพาะพิธีบูชาและก็ความศรัทธาทางศาสนาพุทธมีผลกระทบต่อชาวล้านนาเป็นอย่างมาก ในรัชสมัยของพระผู้เป็นเจ้าว่ากล่าวโลกราชที่จังหวัดเชียงใหม่ ได้กระทำสะสางพระไตรปิฎกคราวแรกในดินแดนเมืองไทยปัจจุบันนี้ขึ้นในวัดมหาโพธาราม (วัดเจ็ดยอด) เมื่อ ปี พุทธศักราช ๒๐๒๐ ในยุคล้านนา ได้กำเนิดมีพระเถระปราชญชาวล้านนาหลายรูป ท่านพวกนั้นได้รจนาตำราสำคัญทางศาสนาพุทธไว้ไม่น้อยเลยทีเดียว ดังเช่นว่า พระสิริมังคลาจารย์ พญาที่คำเล่าลือเถระ พระรัตนสติปัญญา พระโพธิรังษี พระนันทาจารย์ รวมทั้งพระทองรังสี ยุคกรุงศรีอยุธยา พระเจดีย์ใหญ่ ๓ องค์ ข้างในวัดพระศรีสรรเพชญ์ วัดหลวงในราชสำนักโบราณอยุธยา ไม่มีภิกษุจำพรรษา ซึ่งเป็นต้นแบบของสงฆ์พระศรีรัตนศาสดาราม กรุงเทพฯ พุทธในยุคอยุธยานั้นมีความเป็นฮินดูคละเคล้าอยู่ค่อนข้างจะมากมาย พิธีการต่างๆได้ผสมปนเปพิธีการของพราหมณ์มากยิ่งกว่าที่ไหนๆพลเมืองอยุธยามุ่งในประเด็นการบุญการบุญ สร้างวัด สร้างสิ่งที่ควรค่าแก่การเคารพบูชา บำรุงศาสนาเป็นส่วนมาก ในยุคอยุธยาจำต้องเผชิญกับภาวะการเกิดสงครามกับประเทศพม่า กระทั่งเกิดภาวะวิกฤตทางศาสนาบ่อย ประวัติศาสตร์อยุธยาแบ่งเป็น ๔ ตอน ยกตัวอย่างเช่น วัดรอยเท้าจังหวัดสระบุรี หรือวัดรอยเท้าราชวรมหาวิหาร ในขณะนี้ เหตุที่มีชื่อนี้เป็นเนื่องจากมีการสืบเสาะหาจนถึงเจอรอยรอยเท้า ที่เมืองจังหวัดสระบุรี ในรัชสมัยสมเด็จพระเจ้าทรงธรรม จากนั้น พระเจ้าแผ่นดินเกือบทุกท่านทรงบำรุงแล้วก็เสด็จไปนมัสการตลอดมา ตั้งแต่แมื่อยุคกรุงศรีอยุธยา จนกระทั่งยุครัตนโกสินทร์ ยุคอยุธยาระยะแรก (พุทธศักราช ๑๙๙๑ – พุทธศักราช ๒๐๓๑) ในยุคสมเด็จพระบรมตรีโลกทุ่งนาถ ทรงปกครองบ้านเมืองด้วยความเงียบสงบร่มเย็นเป็นสุข ทรงบำรุงรักษาศาสนาพุทธ บรรพชาตรงเวลา ๘ เดือน เมื่อ พุทธศักราช ๑๙๙๘ แล้วก็ทรงให้พระราชบุตรชายกับพระราชหลานบวชเป็นเณรด้วย คาดคะเนว่าเป็นการเริ่มของจารีตการบรรพชาเรียนของนายจ้างและก็เจ้าหน้าที่รัฐ ในรัชสมัยของท่าน ได้มีการรจนาหนังสือมหาชาติคำหลวง ในปี พุทธศักราช ๒๐๒๕ ยุคอยุธยาตอนลำดับที่สอง ( พุทธศักราช ๒๐๓๑ – พุทธศักราช ๒๑๗๓) สมัยปัจจุบันได้มีความชื่นชอบสำหรับการสร้างวัดขึ้น อีกทั้งกษัตริย์รวมทั้งราษฎรทั่วๆไป นิยมสร้างวัดประจำเชื้อสาย ในยุคสมเด็จพระเจ้าทรงธรรม ได้เจอรอยพระบาท ที่เมืองจังหวัดสระบุรี ทรงให้สร้างมณฑปครอบรอยพระบาทไว้ แล้วก็โปรดให้ชุมชนราชบัณฑิตแต่งกาพย์มหาชาติ เมื่อ พุทธศักราช ๒๑๗๐ รวมทั้งโปรดให้สร้างพระไตรปิฎก ด้วย ยุคอยุธยาตอนลำดับที่สาม (พุทธศักราช ๒๑๗๓ – พุทธศักราช ๒๒๗๕) กษัตริย์ที่มีนามยิ่งใหญ่ที่สุดในศตวรรษนี้ ตัวอย่างเช่นสมเด็จพระที่นารายณ์มหาราช ท่านทรงมีหน้าที่อย่างยิ่งอีกทั้งต่อข้างอาณาจักรแล้วก็ศาสนจักร ทรงเกื้อหนุนศาสนาพุทธอย่างแรงกล้า สมัยปัจจุบันประเทศฝรั่งเศสได้เข้ามาติดต่อกับไทย และก็ได้เพียรพยายามเผยแผ่ศาสนาคริสต์ รวมทั้งบางทีอาจทูลขอให้พระนารายณ์เข้ารีต แม้กระนั้นท่านทรงมั่นคงในศาสนาพุทธ มิชชันนารี่ประเทศฝรั่งเศสก็เลยจำเป็นต้องผิดหวังไป ยุคอยุธยาตอนลำดับที่สี่ (พุทธศักราช ๒๒๗๕ – พุทธศักราช ๒๓๑๐) พระราชาที่ทรงมีหน้าที่มากมายในยุคนี้ อย่างเช่นสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวบรมหีบศพ รับประทานราช เมื่อ พุทธศักราช ๒๒๗๕ การบรรพชาเรียนแปลงเป็นจารีตที่ปฏิบัติสืบต่อกันมาถึงสมัยข้างหลัง ถึงกับกำหนดให้คนที่จะเป็นเจ้าขุนมูลนาย มียศถาบรรดาศักดิ์ควรจะเป็นคนที่ผ่านการบรรพชาเรียนมาเพียงแค่นั้น ก็เลยจะทรงแต่งตำแหน่งงานให้ ในปัจจุบันได้ส่งภิกษุเถระคนไทยไปฟื้นฟูศาสนาพุทธในประเทศลังกาตามคำทูลขอของกษัตริย์ลังกา เมื่อ พุทธศักราช ๒๒๙๖ จนกระทั่งทำให้ศาสนาพุทธกลับก้าวหน้าในลังกาอีกรอบ จนกระทั่งเดี๋ยวนี้ และก็กำเนิดนิกายของคณะสงฆ์ไทยขึ้นในลังกา ชื่อว่านิกายไทยตระกูล นิกายนี้ยังคงมีอยู่ถึงปัจจุบันนี้ ยุคธนบุรี พระพุทธมหามณีรัตนพระพุทธรูป หรือพระแก้วมรกต เป็นพุทธรูปที่แกะจากหชูอ่อนเนไฟรต์สีเขียวดังมรกต เป็นพุทธรูปสกุลศิลป์เชียงแสน ตอนนี้ติดตั้งอยู่ในวัดพระศรีรัตนศาสดาราม (วัดพระแก้ว) ในวัง จังหวัดกรุงเทพ ในยุคนี้นับเป็นสมัยที่ความเสื่อมถอยของศาสนาพุทธอีกยุคหนึ่ง เป็นนับตั้งแต่พระยาตาก (สิน) ได้ชักชวนคนประเทศไทยเชื้อสายจีนหนีฝ่ากองทัพเมียนมาร์ออกมาจากกำแพงอยุธยาจนถึงกรุงศรีอยุธยาถูกเมียนมาร์ตีแตกในปี พุทธศักราช ๒๓๑๐ แล้ว ประเทศพม่าได้ทำลายชาติบ้านเมืองจนกระทั่งเสียหายวิบัติ ผลาญชีวิตคน ชิงทรัพย์เอาเงินมีค่าทั้งผอง ต้อนพลเมืองไปเป็นจำเลยไม่น้อยเลยทีเดียว วัดถูกเผาทำลาย เมื่อถัดมาพระยาตาก (สิน) ได้ตั้งขึ้นเป็นกษัตริย์แล้วก็ตั้งราชจังหวัดใหม่ เป็นธนบุรี แล้วได้บำรุงศาสนาพุทธ รวมทั้งได้ชำ