เดือนเจ็ด – บุญซำฮะ

เดือนเจ็ด – บุญซำฮะ พิมพ์ อีเมล เนื้อหา เขียนโดย Pajjek หมวด: ฮีตสิบสอง เผยแพร่เมื่อ: ๒๓ ส.ค. ๒๕๖๐ อ่าน: 3768 บุญเดือนเจ็ด หรือ บุญซำฮะ นิยมทำพิธีการเลี้ยงตาแฮก ปู่ตา หลักเมือง งานทำบุญเบิกบ้านเบิกเมือง งานเข้านาคเพื่อบวชพระ ตามประเพณีของอีสาน เมื่อถึงเดือนเจ็ด จะมีพิธีการหรือมีบุญจารีตเพื่อเป็นมิ่งขวัญเป็น “บุญซำฮะ” คำว่า ซำฮะ ก็คือ จ่าย จุดหมายถึง ล้างให้สะอาด บุญเดือนเจ็ด หรือ บุญซำฮะ บ้างก็เรียก บุญเบิกบ้าน บุญกลางบ้าน บุญคุ้ม เป็นงานทำบุญที่ชาวอีสานจะจัดงานจารีตขึ้น มีจุดมุ่งหมายเพื่อ ขับไล่และก็ขับไสความอัปมงคล ตลอดถึงเหล่าอสุรกายหรือสิ่งเลวร้ายให้ออกไปจากหมู่บ้าน นอกเหนือจากเป็นการทำบุญทำทานเพื่อชำระล้างสิ่งที่ไม่ดี แล้ว ยังมีการประกอบพิธีบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำเมือง เพื่อกำเนิดความเป็นมงคลอีกด้วย ตามที่ปรากฏในบทผญาเกี่ยวกับบุญเดือนหกว่า ฮีตหนึ่งนั้น เพียงพอเดือนเจ็ดแล้วต้องพากันบูชาราช ฝูงกลุ่มเทวดาพวกนั้นบูชาแท้สู่ภาย ตลอดกาลยอดอ้ายอาฮักษ์ใหญ่มเหสักข์ ทั้งยังหลักเมืองสู่ครั้ง บูชาเจ้า พากันเอาอกเอาใจตั้งปฏิบัติตามฮีตเก่า นิมนต์สังฆเจ้าจ่ายแท้สวดมนต์ไหว้พระ ให้กลุ่มของผู้คนเมืองนั้นทำกันอย่าได้ห่าง สูตรจ่ายเมืองอย่าค้าง สิเสียซึมเซาต่ำศูนย์ ทุกข์สิแล่นวุ้นโฮมใส่เต็มเมือง มันสิเคืองคำขัดลดน้อยลงศูนย์ซึมเซา ให้เจ้าประพฤติตามนี้เป็นเฮาได้แจ้ง ก็เลยสิสุขอยู่สร้างสรวงสวรรค์ฟ้าเกิ่งกัน แม่นทุกข์ฮ้อนหมื่นซั้นบ่มีว่าสิมาพาน ปานกับเมืองสวรรค์สุขเกิ่งกันเทียมได้ ตามตำนานที่โจษขานกันมาในยุคพุทธกาล ในหนังสือธรรมบทว่าคราวหนึ่งเมืองไพข้าวสาลีกำเนิด “ความอดอยาก” สินค้าต่างๆมีราคาแพงราษฎรขาดของกินเพราะว่าฝนไม่ตกสัตว์เลี้ยงต่างๆตายเพราะว่าความหิว ยิ่งไปกว่านั้นอหิวาต์หรือ “โรคห่า” ก็ระบาดทําให้ผู้คนตายกันมาก ชาวกรุงกรุ๊ปหนึ่งก็เลยพากันเดินทางไปนิมนต์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้มาขจัดปัดเป่าภัยพินาศคราวนี้ เมื่อพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเสด็จถึงเมืองไพข้าวสาลีก็กำเนิดฝน “ห่าแก้ว” ตกลงมาอย่างมากกระทั่งท่วมแผ่นดินมากถึงเข่าและก็น้ำฝนก็ได้พัดพาเอาศพของมนุษย์แล้วก็สัตว์ต่างๆไหลลงแม่น้ำไปจนถึงหมดไป พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงทําน้ำมนต์ตักบาตร แล้วมอบให้พระอานนท์นําไปโปรยทั้งเมือง โรคภัยไข้เจ็บก็หมดสิ้นไปด้วย เดชะพระพุทธานุภาพ หลังจากนั้นมาราษฎร คนลาวโบราณและไทยอีสานก็เลยได้จัดจารีตบุญซําฮะขึ้นในเดือน ๗ ของทุกๆปี สำหรับการจัดงานบุญซำฮะหรือบุญเบิกบ้าน ประชาชนจะช่วยเหลือกันทำปะรำพิธีการกึ่งกลางหมู่บ้าน โดยราษฎรจะนำดอกไม้ ธูปเทียน ขันใส่น้ำ ขันใส่กรวดหินดินทราย แล้วก็ฝ้ายผูกแขน มารวมที่ศาลากลางบ้าน ช่วงเวลาเย็นนิมนต์พระมาเจริญพระพุทธมนต์ รุ่งอรุณของพรุ่งนี้ ราษฎรจะนำข้าวปลา ของกินมาทำบุญสุนทานใส่บาตร เลี้ยงพระมอบให้จังหัน เมื่อพระภิกษุฉันเสร็จแล้วจะอวยพรรวมทั้งรดน้ำมนต์ให้กับประชาชนที่มาในงานประชาชน ด้วยกันฟังเทศน์ฟังธรรมรวมทั้งด้วยกันเซ่นสรวงศาลหลักบ้าน เพื่อขอความคุ้มครองป้องกันและก็ขับไสภัยสิ่งเลวร้ายต่างๆออกมาจากหมู่บ้าน โดยราษฎรจะทำรอบๆพิธีการด้วยการนำต้นกล้วยมาสี่ต้นทำเป็นเสา ผูกยึดด้วยสายสิญจ์ และก็จะมีการโยงสายสิญจ์ไปยังบ้านทุกข้างหลังในหมู่บ้าน แล้วนิมนต์มาเจริญพระพุทธมนต์ ยิ่งไปกว่านี้จะมีการนำหินเข้าพิธีการเมื่อปลุกเสกแล้วพระหรือพราหมณ์ก็จะนำหินที่ปลุกเสกไปหว่านทั่วหมู่บ้าน เพื่อขจัดปัดเป่าสิ่งเลวร้าย ในตอนนี้บางหมู่บ้านที่มีขนาดใหญ่ ประชาชนจะนำหินใส่ถุงเขียนชื่อเมื่อเสร็จพิธีการก็จะมารับกลับไปหว่านที่บ้านของตนบ้างก็นำสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในบ้านของตัวเองไปสูตร หรือ ปลุกเสก ทุกคนจะเอาขันสำหรับใส่น้ำมนต์ เส้นด้ายผูกแขน ขันก้อนกรวดทารายกลับไปที่บ้านเมืองของตัวเอง แล้วนำน้ำมนต์ไปปะประพรมให้แก่ทุกคนให้ครอบครัว ตลอดจนบ้านที่พัก โค ควาย เอาเส้นด้ายผูกแขนบุตรหลานทุกคน มั่นใจว่าจะนำความสบายและก็มิ่งขวัญมาสู่สมาชิกทุกท่าน ส่วนก้อนกรวดดินทรายก็จะนำเอาไปหว่านบริเวณรอบๆบ้านและก็ที่สวนไร่เพื่อขับไล่ไสส่งเสนียดจัญไร ทะลึ่ง แล้วก็สิ่งอวมงคลทั้งหลายแหล่ให้หมดไปไป บุญซำฮะนิยมทำกันในเดือน ๗ ทำได้อีกทั้งข้างขึ้นแล้วก็ข้างแรมการชำฮะ (จ่าย) สะสางสิ่งสกปรกเปรอะเปื้อนให้สะอาดไม่มีมลทิลหรือความหมองมัวต่างๆเรียกว่า การซำฮะ ความจำเป็นทำให้สะอาดนั้นมี ๒ อย่างเป็น ๑. ความเปรอะเปื้อนข้างนอกเป็นร่างกาย เสื้อผ้า ของกิน ที่อยู่ที่อาศัย ๒. ความเปรอะเปื้อนด้านในเป็นการชำระล้างจิตใจกำเนิดความความละโมบโกรธหลง ฯลฯ แม้กระนั้นสิ่งที่จะจะต้องจ่ายในที่นี้เป็น บุญชำระล้างสิ่งที่เป็นเสนียดที่จะนำมาซึ่งการก่อให้เกิดศัตรู มิจฉาชีพหรือขโมยมาชิงทรัพย์กำเนิดต่อสู้แย่งกันยิ่งใหญ่ผู้คนช้างม้าวัวควายตายถือกันว่าบ้านเดือดเมืองที่มีอากาศร้อนชะตาบ้านชะตาเมืองขาด ต้องซำฮะให้หายจัญไร การทำบุญมีการถือศีลให้ทานฯลฯเกี่ยวกับการซำฮะนี้เรียกว่า บุญซำฮะ บุญซำฮะเป็นจารีตอย่างหนึ่งที่ให้กำเนิดความกลมเกลียวของคนภายในหมู่บ้านซึ่งจะด้วยกันชำระล้างรอบๆบ้านของตัวเองรวมทั้งที่สาธารณะของหมู่บ้าน รวมทั้งศาลหลักบ้านหรือผีบ้าน บางพื้นที่จะเรียกว่าศาลปู่ตาหรือดอนปู่ตา ที่รอรักษาปกป้องคุ้มครองคนภายในหมู่บ้าน เพื่อคุ้มครองป้องกันประชาชนทุกคนทั้งยังหมู่บ้านให้สุขกายสุขใจ ไม่มีอันตรายใดๆก็ตามเว้นแต่บุญซำฮะแล้วยัง บุญเลี้ยงหลักบ้าน จะมีบุญเลี้ยงผีปู่ตา ซึ่งจะเลี้ยงภายหลังการเลี้ยงหลักบ้าน ซึ่งจะทำพร้อมเพียงกันกับบุญซำฮะในเดือนเจ็ด ในตอนนี้บุญซำฮะหรือบุญเบิกบ้านยังมีอยู่ดูเหมือนจะทุกพื้นที่ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ แต่ละพื้นที่มีการทำบุญซำฮะที่อาจจะเป็นไปได้ว่าจะมีพิธีการที่ต่างๆนาๆบ้างแม้กระนั้นยังคงอยู่ในฐานรากความศรัทธาที่ตกทอดกันมาเป็น เป็นการชำระล้างสิ่งสกปรกหรือสิ่งที่ป่าเถื่อนออกมาจากร่างกายและจิตใจ ยึดมั่นในขนบธรรมนียมตกทอดกันมาตั้งแต่สมัยก่อนจนกระทั่งตอนนี้ ก่อนหน้า ถัดไป