พระปรมาภิไธย

พระปรมาภิไธย พิมพ์ อีเมล เนื้อหา เขียนโดย Pajjek หมวด: นิยามแล้วก็จุดสำคัญ เผยแพร่เมื่อ: ๐๙ ม.ย. ๒๕๖๑ อ่าน: 3761 ยี่ห้อเครื่องหมายพิธีมหามงคลฉลองครบรอบวันพระราชสมภพ ๗ รอบ ๕ ธ.ค. ๒๕๕๔ พระปรมาภิไธย มาจากคำศัพท์ ๓ คำหมายถึงพระ + ปรม + อภิไธย มีความหมายว่าชื่ออันยอดเยี่ยมยิ่ง หมายความว่าชื่อของพระเจ้าอยู่หัวราชเจ้า จากที่จารึกในพระทองบัฏ ภายหลังที่ได้มีพิธีบรมราชาภิเษก แล้ว ซึ่งเกิดขึ้นเป็นครั้งแรกในรัชกาลที่ ๑ แล้วก็ใช้ถัดมาจนกระทั่งตอนนี้ พระปรมาภิไธย ของในหลวงในวงศ์สกุลจักรี แต่ละท่านล้วนยาวๆทั้งปวง ยกตัวอย่าง อาทิเช่น พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงมีพระปรมาภิไธย จากที่จารึกในพระสุวรรณบัฏ ว่า พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาหัวหน้า จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมที่นาถบพิตร โดยเหตุนั้น การเอ่ยอ้างพระปรมาภิไธย ก็เลยมักกล่าวแต่เพียงคำขึ้นต้นที่เรียกกันว่าพระราชบรรดาศักดิ์นาม อย่างเช่น พระบาทสมเด็จพระปรมินทร หรือ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทร แล้วต่อด้วยพระปรมาภิไธย ประโยคต้นประโยคเดียว แล้วทำเครื่องหมายไปยาลน้อย (ฯ) ไว้ แล้วต่อด้วยสร้อยพระปรมาภิไธย ประโยคด้านหลัง ได้แก่ รัชกาลที่ ๙ บางทีอาจออกตอบพระปรมาภิไธย เพียงว่า พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชฯ สยามินทราธิราช บรมที่นาถบพิตร จะมองเห็นได้ว่า พระปรมาภิไธยเต็ม ของพระเจ้าอยู่หัวไทยในวงศ์สกุลจักรี ที่จารึกในพระทองคำบัฏ ดีแล้ว พระปรมาภิไธยย่อจากพระสุวรรณบัฏ ก็ดีแล้ว หรืออักษรพระปรมาภิไธยย่อ ๓ ตัว (ดังนี้ อักษรพระปรมาภิไธยย่อของบางท่านจะซ้ำกัน เพื่อรู้ดีว่าเป็นรัชกาลใด เมื่อประดิษฐ์เป็นยี่ห้อ ผู้คิดค้นยี่ห้อ จะเขียนเลขลำดับประจำรัชกาลไว้ ระหว่างพระจอนของพระมหาพิชัยมงกุฎ ) ดีแล้ว ล้วนเป็นชื่อที่สาธยายถึงบุญคุณของในหลวงไทยท่านนั้นๆซึ่งกวีมอบให้ด้วยบทความเรียงอันไพเราะเพราะพริ้ง อันเป็นเอกลักษณ์อย่างหนึ่งของชาติไทย ชื่อเต็มตามจารึกในพระสุบรรณบัฏ พระปรมาภิไธย ของในหลวงไทยในวงศ์สกุลจักรี จากที่จารึกในพระทองบัฏ ภายหลังที่ได้มีพิธีบรมราชาภิเษก แล้ว ซึ่งเกิดขึ้นเป็นครั้งแรกในยุครัชกาลที่ ๔ โดยท่านโปรดให้เฉลิมพระปรมาภิไธยแก่ท่านเองรวมทั้งทรงเฉลิมพระปรมาภิไธย มอบให้แก่สมเด็จพระบูรพมหากษัตริยาธิราช ดังต่อไปนี้ รัชกาลที่ ๑ พระบรมสาทิสลักษณ์ในพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช รัชกาลที่ ๑ เมื่อท่านขึ้นครองราชย์ขึ้นเป็นปฐมกษัตริย์ที่วงศ์สกุลจักรี แล้ว ท่านมีชื่อตามจารึกในพระสุวรรณบัฏ ว่า พระบาทสมเด็จพระบรมราเชนทร์รามาหัวหน้า ศรีสินทรบรมมหาจักรพรรดิราชาธิบดินทร์ ธรณินทราธิราช รัตนากาศดวงอาทิตย์ตระกูล องค์ปรมาธิเบศร ตรีภูเขาวเนตรวรนารถยนต์นายก ดิลกรัตนราชชาติม้าวศรัย สมุทัยดโรมนต์ สกลจักรวาฬาธิเบนทร์ สุริเยนทราธิบดินทร์ หริหรินทรผู้รังสฤษฎ์หัวหน้า ศรีสุวิบุลยคุณอขนิษฐ์ ฤทธิราเมศวรมหันต์ บรมทรงธรรมราเชนทร์เดโชไชย พระพรหมเทพาดิเทวดานฤบดินทร์ ภูเขาไม่นทรปรมาธิเบศร์ โลกเชฏฐวิสุทธิ์ รัตนมกุฎประเทศคตามหาพุทธังกูร บรมบพิตรพระสัมมาสัมพุทธเจ้าอยู่หัว ถัดมา พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ ๓) โปรดให้ออกนามรัชกาลที่ ๑ ว่า พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก ตามนามของพุทธรูปที่ทรงสร้างอุทิศ รวมทั้งพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ ๔) ได้เพิ่มพระปรมาภิไธยแก่สมเด็จพระบรมอัยกาธิราชจารึกลงในพระทองบัฏ ว่า พระบาทสมเด็จพระปรโมรุราชามหาจักรีบรมที่นารถยนต์ นเรศวราชวิวัฒนวงศ์ ปฐมดงศาธิราชรามาธิบดินทร์ ไทยพิชิตินทรวโรสูดดม บรมทุ่งนารถยนต์บพิตร พระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก ต่อจากนั้น พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ ๖) มีพระบรมราชโองการเฉลิมพระปรมาภิไธยอย่างคร่าวๆว่า พระบาทสมเด็จพระรามาหัวหน้าศรีสินทรมหาจักรีบรมที่นาถ พระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก หรือพระบาทสมเด็จพระรามาหัวหน้าที่ ๑ ในวาระการตั้งกรุงรัตนโกสินทร์ครบรอบ ๒๐๐ ปี รัฐบาลได้จัดงานสมโภชกรุงรัตนโกสินทร์ขึ้นเมื่อ พุทธศักราช ๒๕๒๕ ในการนี้ รัฐบาลและก็ประชาชนคนประเทศไทยพร้อมใจกันสรรเสริญท่านโดยมอบให้พระราชสมัญญานามมหาราช พ่วงพระปรมาภิไธย ออกชื่อว่า พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช รัชกาลที่ ๒ พระบรมสาทิสลักษณ์ในพระบาทสมเด็จพระเลิศเลอหล้านภาลัย รัชกาลที่ ๒ ภายหลัง พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช (รัชกาลที่ ๑) เสด็จสิ้นพระชนม์ ถัดมาเจ้าฟ้าอิศรไพเราะ ได้ตกทอดบัลลังค์ในทันทีทันใดพร้อมชื่อชั่วครั้งคราวว่าสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว กรมพระราชวังบวรสถานที่มงคล ซึ่งถัดมาได้แปลงเป็นราชประเพณีว่ากษัตริย์ที่ยังมิได้ผ่านพิธีการพระบรมราชาภิเษก จะได้รับพระอิศริยตำแหน่งชั่วครั้งชั่วคราวเป็นสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว แทน พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย มีนามเต็มเมื่อทรงรับการบรมราชาภิเษกแล้วว่า พระบาทสมเด็จพระบรมราเชนทร์รามาหัวหน้า ศรีสินทรบรมมหาจักรพรรดิราชาธิบดินทร์ ธรณินทราธิราช รัตนากาศพระอาทิตย์สกุล องค์ปรมาธิเบศ ตรีภูเขาวเนตรวรนาชู ดิลกรัตนราชชาติม้าวศรัย สมุทัยดโรมนต์ สากลจักรวาฬาธิเบนทร สุริเยนทราธิบดินทร์ หริหรินทรา ผู้รังสฤษฎ์หัวหน้า ศรีวิบูลยคุณอกนิษฐ ฤทธิราเมศวรมหันต บรมทรงธรรมราเชนทร์ความชนะด้วยอำนาจ พระพรหมเทพาดิเทวดานฤบดินทร์ ภูเขาไม่ทรปรมาธิเบศ โลกเชษฐวิสุทธิ รัตนมกุฎประกาศ คตามหาพุทธังกูรบรมบพิตร พระสัมมาสัมพุทธเจ้าอยู่หัว ถัดมา พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ ๓) ทรงพระขอความกรุณาปรานีโปรดเกล้าฯ ให้ออกนามรัชกาลที่ ๒ ว่า พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดเยี่ยมหล้าสุลาลัย ตามนามของพุทธรูปที่ทรงโปรดให้สร้างถวาย จากนั้น พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ ๔) ทรงพระขอความกรุณาปรานีโปรดเกล้าฯ ให้แปลงสร้อยชื่อเป็นฟากฟ้า แล้วก็เฉลิมพระปรมาภิไธยใหม่เป็น พระบาทสมเด็จพระบรมราชดงษเชษฐ มเหศวรสุนทร ตรีเสวตรคชาดิศรมหาสวาไม่นทร์ สยารัษฎินทรวโรสูดดม บรมพระราชาธิราชราช พิลาศธาศิลปินชาธิราช บรมที่นารถยนต์บพิตร พระพุทธเยี่ยมหล้านภาไลย ในรัชสมัย พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ ๖) โปรดให้เฉลิมนามใหม่เป็น พระบาทสมเด็จพระรามาหัวหน้าศรีสินทรมหาอิศรเสนาะ พระพุทธเลิศเลอหล้านภาลัย รัชกาลที่ ๓ พระบรมสาทิสลักษณ์ในพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๓ เมื่อท่านเสด็จเถลิงครองปกครองแผ่นดินแล้ว ทรงออกชื่อเต็มตามพระทองบัฏ ว่า พระบาทสมเด็จพระบรมราเชนทร์รามาหัวหน้า ศรีสินทรบรมมหาจักรพรรดิราชาธิบดินทร์ ธรณินทราธิราช รัตนากาศดวงอาทิตย์สกุล องค์ปรมาธิเบศร์ ตรีภูเขาวเนตรวรนาชู ดิลกรัตนราชชาติม้าวไสย สมุทัยดโรมน สากลจักรวาลาธิเบนทร์ สุริเยนทราธิบดินทร์ หริหรินทราธาหัวหน้า ศรีสุวิบูลย คุณอถพิษฐ ฤทธิราเมศวร ทรงธรรมราเชนทร์ ความชนะด้วยอำนาจ พระพรหมเทพาดิเทวดานฤบดินทร์ ภูเขาไม่นทรปรมาธิเบศร โลกเชษฐวิสุทธิ มงกุฏประเทศคตา มหาพุทธังกูร บรมบพิตร พระสัมมาสัมพุทธเจ้าอยู่หัว ถัดมา พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ ๔) ได้เฉลิมพระปรมาภิไธยใหม่เป็นพระบาทสมเด็จพระปรมาธิวรเสรฐ มหาเจษฎาบดินทร สยามินทรำไพโรสูดดม บรมทรงธรรมมหาราชาธิราช บรมที่นารถยนต์บพิตร พระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ออกชื่ออย่างย่อว่า พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ในวันที่ ๑๑ พ.ย. ๒๔๕๙ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ ๖) มีประกาศให้เฉลิมพระปรมาภิไธย เป็น พระบาทสมเด็จพระรามาหัวหน้าศรีสินทรมหาเจษฎาบดินทร พระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว หรือพระบาทสมเด็จพระรามาหัวหน้าที่ ๓ ในปี พุทธศักราช ๒๕๔๑ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช (รัชกาลที่ ๙) ได้มอบพระราชสมัญญานามว่าพระมหาเจษฎาราชเจ้า แปลว่าพระมหากษัตริย์ผู้เป็นใหญ่ และก็ได้ใช้พระราชสมัญญานามนี้เป็นสร้อยชื่อสืบมาจนกระทั่งปัจจุบันนี้ เกร็ดน่าสนใจ ในยุครัตนโกสินทร์ จารึกพระทองบัฏเฉลิมพระปรมาภิไธย พระราชารัชกาลที่ ๑ – ๓ เช่นกันทั้งยังสามรัชกาล ถัดมาในยุครัชกาลที่ ๔ ก็เลยทรงแก้พระปรมาภิไธยที่จารึกพระสุวรรณบัฏให้ต่างจากรัชกาลก่อนแล้วก็ทรงโปรดให้ประกาศสั่งให้เรียกนามสมัยก่อนในหลวงรัชกาลก่อนตามนามพุทธรูปที่รัชกาลที่ ๓ ทรงพระราชอุทิศไว้ รัชกาลที่ ๑ ให้เรียกว่าแผ่นดินพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก รัชกาลที่ ๒ ให้เรียกว่าแผ่นดินพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย รัชกาลที่ ๓ ให้เรียกว่าแผ่นดินสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว แล้วก็เรียกแผ่นดินของท่าน (รัชกาลที่ ๔) ว่าแผ่นดินพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว นับจากนั้นมาการจารึกพระทองบัฏเฉลิมพระปรมาภิไธย แต่ละรัชกาลมีชื่อต่างกันมาจนกระทั่งรัชกาลปัจจุบันนี้ รัชกาลที่ ๔ พระบรมสาทิสลักษณ์ในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๔ ท่านทรงรับการบรมราชาภิเษกช่วงวันที่ ๑๕ เดือนพฤษภาคม พุทธศักราช ๒๓๙๔ ซึ่งตรงกับวันวิสาขบูชา ของปีนั้น แล้วก็ทรงได้รับการเฉลิมพระปรมาภิไธยอย่างย่อว่า พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมแบกงกุฎฯ พระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และก็มีชื่อเต็มตามจารึกในพระสุบรรณบัฏ ว่า พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมแบกงกุฎสุทธิ สมมุติเทวดายดงศสกุลดิศรกษัตริย์ วรขัตติยราชนิกโรสูดดม จาตุๆรันตบรมมหาจักรพรรดิราชสังกาศ อุภโตสุชาติสังสุทธิเคราะหณี จักรีบรมท้องนาถ อดิศวราชรามวรังฉันร ซื่อตรงมูลสุแสดงอุกฤษฐวิบูลย บุรพาดูลชูฤษฎาภินิหารสุภาธิการรังสฤษดิ ร่ำรวยญลักษณ งดงามโสภาคสารพางค์ มหาชโนตมางคประณตบาทบัวสมัยคล ประสิทธิสรรพสุภผลอุดม บรมสุขุมาลยมหาบุรุษยรัตน เรียนรู้พิพัฒนสรรพหีบศพล สุวิสุทธิบริสุทธิ์ศุภศีลสมาจารย์ เพ็ชรญาณประภารุ่งโรจน์ อเนกโกฎิสาธุ คุณวิบุลยอุปนิสัย ทิพยเทวดาวตารกว้างใหญ่เกียรติอดุลย์ยพิเศษ สรรพเทเวศรานุรักษาเอกอัครมหาบุรุษสุตพุทธมหากระวี ตรีปิฎกาทิหีบศพล สะอาดปัญญาสามารถมหาอุดมบัณฑิต เสนาะประณีตบรรจงและละเอียดลออความเฉลียวฉลาด บริบูรณ์คุณสาร สัสยามาทิโลกยดิลกสาร สัสยามาทิโลกยดิลก มหาปริวารนายกมาก มหันตวรฤทธิเดโชมาก มหันตวรฤทธิเดโช สรรพพิเศษ สิรินธรมหาชนนิกรสมาคมสมมุติ ประสิทธิวรตำแหน่งมชั่วร้ายมบรมราชสมบัติ เศวตฉัตรฉัตรขาว สิริรัตโนปลักษณมหาบรมราชาภิเศกาภิษิต สรรพทศทิศวิชิตวิไชย สกลมไหศวรินมหาสยามินทร มเหศวรมหินทร มหาราชาวโรสูดดมบรมที่นารถยนต์ชาติม้าวศรัย พุทธาทิตรีรัตนสรณารักษา อุกฤษฐอำนาจอัครพระราชาราหัวหน้า เมตตากรุณาสีตลใจ อโนปมัยบุญการสกลกว้างใหญ่ไพศาลมหารัษฎาธิเบนทร ปรเมนทรธรรมไม่กมหาราชาธิราช บรมที่นารถยนต์บรมบพิตร พระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ ในรัชสมัยรัชกาลที่ ๕ ท่านทรงประกอบพิธีบรมราชาภิเษกถึง ๒ ครั้ง พระบรมสาทิสลักษณ์ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ ทีแรก ช่วงวันที่๑๑ พ.ย. พุทธศักราช ๒๔๑๑ โดยได้รับการเฉลิมพระปรมาภิไธยว่า พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาจุฬาลงแขนณ์ฯ พระจุฬาลงแขนณ์เกล้าเจ้าอยู่หัว มีนามจารึกในพระสุบรรณบัฎ ว่า พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาจุฬาลงมือณ์ บดินทรเทวดายมแบกงกุฏ ชายรัตนราชรวิวงศ วรุโคลนดงศบริพัตร์ วรขัตำหนิยราชนิกโรสูดดม จาตุๆรันบรมมหาจักรพรรดิราชสังกาศ อุภโตสุชาติสังสุทธเคราะหณี จักรีบรมท้องนาถ อดิศวรราชรามวรังข้าร สุภาธิการรังสฤษดิ์ มั่งมีลักษณสวยโสภาคยสารพางค์กาย มหาชโนตมางคประนตบาทบขี้เหนียวชยุคล ประสิทธิสรรพศุภผลอุดม บรมสุขุมมาลย์ ทิพยเทพาวตารกว้างใหญ่เกียรติอดุลย์ยยอดเยี่ยม สรรพเทเวศรานุรักษา วิสิษฐศักดาสมญาสั่งสอนประชาชนท้องนาถ เปรมกระมลขัว่ากล่าวยราชวงศ์ตระกูล มูลมุขราชดิลก มหาปริวารนายกอนันต มหันตวรฤทธิอำนาจวาสนา สรรพดีเลิศสิรินทร อเนกชนนิกรชมรมสมมุติ ประสิทธิ์วรขั้นมโหดเหี้ยมมบรมราชสมบัติ นพโป้ปดลเศวตฉัตราดิฉัตร สิริรัตโนปลักษณมหาบรมราชาภิเษกาภิลิต สรรพทศทิศวิชิตชัย สกลมไหสวริยมหาสวาไม่นทร์ มเหศวรมหินทร มหารามาธิราชวโรสูดดม บรมทุ่งนาถชาติม้าวศรัย พุทธาทิไตยรัตนสรณารักษา อดุลย์ยศักดิ์อรรคนเรศราหัวหน้า เมตตากรุณาสีตลหัวใจ อโนปมัยบุญการสกลกว้างใหญ่ไพศาล มหารัษฎาธิบดินทร ปรมินทรทรงธรรมหาราชาธิราช บรมท้องนาถบพิตร พระจุฬาลงแขนณ์เกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อท่านมีพระชนมายุครบ ๒๐ ปีแล้ว ตอนวันที่ ๑๕ เดือนกันยายน พุทธศักราช ๒๔๑๖ ก็เลยบรรพชาเป็นพระภิกษุสงฆ์ในวัดพระศรีรัตนศาสดาราม แล้วเสด็จไปประทับในวัดบวรนิเวศราชวรวิหารตรงเวลา ๑๕ วัน ภายหลังจากทรงลาสึกแล้ว ได้มีการจัดพิธีบรมราชาภิเษกครั้งที่ ๒ ขึ้น ช่วงวันที่ ๑๖ พ.ย. พุทธศักราช ๒๔๑๖ โดยได้รับการเฉลิมพระปรมาภิไธยว่า พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาจุฬาลงแขนณ์ฯ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว มีนามตามจารึกในพระสุบรรณบัฎ ว่า พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาจุฬาลงแขนณ์ บดินทรเทวดายมแบกงกุฏ ชายยรัตนราชรำไพตระกูล วรุโคลนตมดงศบริพัตร วรขัติเตียนยราชนิก